รายงานพิเศษ : LEO โดดเด่นรับส่งออกผลไม้โต “ทุเรียนไทย” นำทัพบุกตลาดจีน ยกระดับโลจิสติกส์หนุนผลงานระยะยาว

การเติบโตของการส่งออกทุเรียนไทย โดยเฉพาะในตลาดจีน กำลังผลักดันธุรกิจโลจิสติกส์ขยายตัว หนุนธุรกิจ บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ที่เดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งครบวงจร รองรับดีมานด์ระยะยาว
สถานการณ์การส่งออกผลไม้ของไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย “ทุเรียน” ยังคงเป็นสินค้าหลักที่ขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออก โดยเฉพาะในตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าสูงที่สุด
ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตจากภาคตะวันออกทยอยออกสู่ตลาดในปริมาณมาก การใช้กลยุทธ์ “Live Commerce” จึงถูกนำมาใช้เพื่อสร้างอุปสงค์ล่วงหน้า และกระจายผลผลิตก่อนเข้าสู่ภาวะล้นตลาด
แนวทางดังกล่าว ช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาผลผลิตกระจุกตัว พร้อมทั้งช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาในประเทศ ดีกว่าการใช้มาตรการแก้ไขหลังเกิดภาวะอุปทานล้นตลาด ซึ่งมักส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร
ข้อมูลการส่งออกสะท้อนถึงแนวโน้มที่แข็งแกร่ง โดยในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดรวม 2.08 ล้านตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) การส่งออกผลไม้สดขยายตัวสูงถึง 56.2% คิดเป็นปริมาณ 305,673 ตัน มูลค่า 22,285 ล้านบาท
สำหรับ “ทุเรียนสด” ถือเป็นดาวเด่น โดยมีปริมาณส่งออก 101,773 ตัน มูลค่า 14,215 ล้านบาท เติบโตถึง 181% สะท้อนความต้องการบริโภคในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนที่ยังคงเป็นตลาดหลักด้วยสัดส่วนสูงถึง 88.1% ของการส่งออกผลไม้ไทยทั้งหมด
และในปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการส่งออกผลไม้รวมให้เติบโต 5% สู่ระดับ 179,000 ล้านบาท ผ่านการขยายตลาดใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางการค้า ซึ่งจะช่วยระบายผลผลิตในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การเติบโตของการส่งออกทุเรียนดังกล่าว ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะ บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การส่งออกสินค้าเกษตร LEO ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาระบบห่วงโซ่อุปทานทุเรียนไทยแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการจัดหาทุเรียนคุณภาพ การคัดแยก บรรจุ การตรวจสอบมาตรฐาน ไปจนถึงการขนส่งไปยังปลายทางในประเทศจีน
จุดแข็งสำคัญของ LEO อยู่ที่การพัฒนาระบบขนส่งผ่านทางรถไฟข้ามพรมแดน จากไทยผ่าน สปป.ลาว ไปยังประเทศจีน ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม ทำให้สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนสดที่มีความอ่อนไหวต่อเวลา
นอกจากนี้ LEO ยังให้บริการขนส่งทั้งทุเรียนสดและทุเรียนแช่แข็ง รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายของรายได้ และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าเพียงประเภทเดียว
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการสร้าง “Ecosystem” การส่งออกทุเรียนไทยแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงทุกกระบวนการเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ตามมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในตลาดจีน
ในระยะยาว การยกระดับระบบโลจิสติกส์และมาตรฐานการส่งออก จะไม่เพียงช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของทุเรียนไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรอื่น ๆ ของไทยสามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น
ภายใต้แนวโน้มความต้องการบริโภคทุเรียนในจีนที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ ทำให้ LEO อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการเติบโตตามปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น และมีศักยภาพในการขยายธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศในระยะยาว