Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 30-04-2569 (ดัชนี 1500 จุด..คือจุดตัดสินใจ)

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เมื่อวานนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี SET Index ปรับตัวขึ้นแรง +11.54 จุด ปิดที่ระดับ 1,491.74 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขายที่ขยายตัวขึ้นมาอยู่ที่กว่า 57,000 ล้านบาท ภาพนี้สะท้อนว่าแรงซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ตลาดอย่างน่าสนใจ และความพยายามของตลาดที่จะทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,500 จุด ซึ่งถือเป็นแนวต้านที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ในมุมมองของเจ๊จิ๋ม...การขึ้นมาของดัชนีรอบนี้ไม่ได้เกิดจากแรงเก็งกำไรล้วน ๆ แต่เป็นการขึ้นแบบมีพื้นฐานรองรับ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและพลังงานที่ทยอยประกาศงบไตรมาส 1/2569 ออกมาในทิศทางที่ดีกว่าคาด หลายบริษัทมีกำไรเติบโตเกิน 10-13% ซึ่งถือเป็นระดับที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้อย่างชัดเจน
แต่การจะผ่าน 1,500 จุดไปได้นั้น ยังต้องอาศัยปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะกระแสเงินทุนจากต่างชาติ (Fund flow) ที่ยังคงผันผวนตามทิศทางนโยบายการเงินของโลก ส่งผลให้ตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงของการลงทุนแบบคัดเลือกหุ้นรายตัว หรือ Selective Buy มากขึ้น
เมื่อพิจารณาปัจจัยหลักที่เป็นแรงขับเคลื่อนตลาดรอบนี้ ต้องยกให้กลุ่มพลังงานและโรงกลั่นที่ยังคงสวมบทพระเอกได้อย่างยอดเยี่ยม จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังครุกรุ่น กดดันให้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้หุ้นต้นน้ำอย่าง PTTEP รับประโยชน์ไปเต็มๆ ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นตัวกลั่นอย่าง TOP, BCP และ SPRC ก็ได้รับอานิสงส์จากค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ รวมถึงกลุ่มปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IRPC ที่เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากสัญญาณการฟื้นตัวในบางผลิตภัณฑ์
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงทำหน้าที่เป็น "กระดูกสันหลัง" ของตลาดได้อย่างมั่นคง หุ้นบิ๊กแคปอย่าง KBANK, SCB, BBL, KTB และ TTB ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากมีลมใต้ปีกจากอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับเอื้อต่อการทำกำไรผ่านส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ประกอบกับความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ที่เริ่มเบาตัวลง ทำให้แรงกดดันด้านการตั้งสำรองเริ่มผ่อนคลาย กลายเป็นฐานที่แข็งแกร่งคอยพยุงดัชนีไม่ให้ทรุดตัวลงง่ายๆ
ขณะเดียวกัน กลุ่มอุปโภคบริโภคและค้าปลีกอย่าง CPALL, CPAXT และ BJC ก็เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกรับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่โตวันโตคืน หุ้นกลุ่มนี้ยังถือว่าเป็น "Laggard" หรือพวกที่ราคายังขึ้นช้ากว่าชาวบ้านเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม ทำให้มีโอกาสปรับตัวพุ่งตามขึ้นไปได้ในระยะถัดไป ส่วนนักลงทุนสาย Growth ที่เน้นการเติบโตระยะยาว กลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์อย่าง DELTA และ GULF ที่ผูกโยงกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและ AI ยังคงมีความน่าสนใจ แม้ระยะสั้นอาจต้องเผชิญกับความผันผวนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนต่างชาติ แต่ในภาพระยะยาวยังคงเดินหน้าตามเมกะเทรนด์โลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อย่างไรก็ตามเจ๊จิ๋มยังย้ำว่ากลยุทธ์ที่เหมาะสมในช่วงที่ดัชนีเข้าใกล้ระดับ 1,500 จุด ไม่ใช่การลงทุนแบบเร่งรีบหรือทุ่มเงินในครั้งเดียว แต่ควรใช้วิธีทยอยสะสมในจังหวะที่ตลาดย่อตัว เลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง กระแสเงินสดดี และมีระดับราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน
ดังนั้นการที่ SET Index จะสามารถผ่านระดับ 1,500 จุดไปได้อย่างมั่นคงนั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้งปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตต่อเนื่อง และแรงสนับสนุนจากกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนจึงควรติดตามปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญ เช่น อัตราเงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย และค่าเงินบาท อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกระจายการลงทุนไปยังหุ้นหลายกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยง
เจ๊จิ๋มมองว่าการยืนอยู่หน้าด่าน 1,500 จุด ไม่ใช่จุดที่ต้องกลัว เพราะหากวางแผนพอร์ตได้อย่างเหมาะสม และไม่ไล่ตามราคาหุ้นในจังหวะที่ร้อนแรงเกินไป โอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในรอบนี้ยังคงเปิดกว้าง และตลาดหุ้นไทยในปี 2569 ก็ยังคงเป็นพื้นที่ของโอกาสสำหรับนักลงทุนที่มีความเข้าใจและมีการเตรียมตัวที่ดีเสมอล่ะ
ปิดทำการวันสุดท้ายของเดือนเมษายนนี้..ขอให้เป็นวันที่ดีของทุกคนนะคะ