Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 30-07-2569 สยอง! TSD ถูกแฮ็กข้อมูล

ก่อนจะไปเม้าท์เรื่องหุ้น เจ๊จิ๋มขอหยิบเรื่องที่ทำเอาขนลุกมาคุยก่อน เพราะเรื่องนี้ใกล้ตัวนักลงทุนทุกคนมาก เพราะตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งทั้งอีเมลและ SMS แจ้งนักลงทุนว่า เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ระบบ TSD Investor Portal ของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ถูกแฮ็กข้อมูล
จากอีเมลที่ส่งมา ระบุว่าข้อมูลที่อาจได้รับผลกระทบมีทั้ง ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประชาชน ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ชื่อโบรกเกอร์ เลขบัญชีหุ้น รวมถึงชื่อธนาคารและเลขบัญชีธนาคาร แม้ TSD จะยืนยันว่า ยังไม่พบว่าข้อมูลการถือครองหุ้นและข้อมูลการซื้อขายรั่วไหล แต่เอาแค่ข้อมูลส่วนตัวที่หลุดออกไป เจ๊จิ๋มว่าก็น่ากังวลมากพอแล้ว เพราะข้อมูลพวกนี้สามารถถูกนำไปใช้หลอกลวงหรือแอบอ้างตัวตนได้ง่ายมาก
ที่น่าห่วงก็คือ หลังจากข่าวนี้ออกมา เพื่อนนักลงทุนของเจ๊จิ๋มหลายคนเริ่มบ่นว่า มีอีเมลแปลก ๆ ส่งเข้ามาไม่หยุด บางฉบับเป็นภาษารัสเซีย บางฉบับเป็นภาษาอื่นที่อ่านไม่ออก ส่งเข้ามารัว ๆ จนหลายคนเริ่มไม่กล้าเปิดอีเมล
เจ๊จิ๋มไม่ได้บอกว่าทุกอีเมลที่ส่งเข้ามาจะเป็นอันตราย แต่เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของนักลงทุนจำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยง สิ่งที่ทุกคนควรทำคือ เพิ่มความระมัดระวังเป็นสองเท่า อย่ากดลิงก์จากอีเมลที่ไม่แน่ใจ อย่าเปิดไฟล์แนบจากผู้ส่งที่ไม่รู้จัก อย่าให้รหัสผ่านหรือ OTP กับใครเด็ดขาด และหากมีคนโทรมาอ้างว่าเป็นตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคาร แล้วขอข้อมูลส่วนตัว ขอให้วางสายก่อน แล้วโทรกลับไปยังเบอร์ทางการของหน่วยงานนั้นด้วยตัวเอง
สุดท้ายแล้ว หากเงินหายหรือข้อมูลถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด คงไม่มีใครดูแลผลประโยชน์ของเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง
เอาล่ะ... กลับมาดูตลาดหุ้นในช่วง 2 วันสุดท้ายของสัปดาห์กันดีกว่า เพราะยังมีหลายประเด็นที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
เรื่องแรก คือ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่ายังไม่มีแนวโน้มเปิดการเจรจา กับอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ พร้อมเตือนว่าจะตอบโต้หากกลุ่มฮูตีขัดขวางการเดินเรือในทะเลแดง ขณะที่การสู้รบยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 10 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ยังทรงตัวใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ความเสี่ยงด้านอุปทานจึงยังเป็นประเด็นสำคัญ
สถานการณ์แบบนี้ถือเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานและโรงกลั่นอย่าง PTTEP, TOP, SPRC, BCP และ PTTGC เพราะราคาน้ำมันที่สูงช่วยหนุนผลประกอบการ แต่ในอีกด้านก็เป็นแรงกดดันต่อหุ้นสายการบิน โลจิสติกส์ และธุรกิจที่มีต้นทุนพลังงานสูง หากสงครามยืดเยื้อกว่าที่ตลาดคาด
เรื่องที่สอง กระทรวงการคลังกำลังปรับรูปแบบ TISA โดยมีแนวโน้มยกเลิกระบบตัวคูณสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้ผู้เสียภาษีได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนจัดพอร์ตได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งหุ้น กองทุน และพันธบัตร รวมถึงอาจเปิดทางให้ลงทุนในหุ้นรายตัวที่ผ่านเกณฑ์ของ ก.ล.ต. ได้โดยตรง หากข้อสรุปออกมาตามแผนภายในเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะเป็นข่าวดีต่อบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยในระยะกลาง เพราะอาจดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่เข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น
เรื่องที่สาม รัฐบาลเตรียมผลักดันโครงการ BOI to IPO เพื่อดึงบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยควบคู่กับตลาดต่างประเทศ หรือ Dual Listing โดยมีบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ Optical Transceiver จากจีนที่ลงทุนในไทยกว่า 5 หมื่นล้านบาทเป็นเป้าหมายแรก พร้อมทั้งเดินหน้าปลดล็อก Direct PPA และปรับเกณฑ์ BOI ให้เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีมากขึ้น
หากทำได้จริง จะเป็นแรงหนุนต่อธีม Data Center, AI, เซมิคอนดักเตอร์ นิคมอุตสาหกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต่างชาติให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง
เรื่องสุดท้าย คือ โครงการ EECiti หรือเมืองอัจฉริยะในพื้นที่ EEC มูลค่ากว่า 72,000 ล้านบาท ที่เตรียมเสนอเข้าสู่บอร์ด EEC ก่อนเสนอ ครม. โดยตั้งเป้าเปิดประมูลในระยะถัดไป หากโครงการเดินหน้าตามแผน จะเป็นแรงหนุนระยะยาวต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะเป็น AMATA, WHA, STECON, CK, SCC, GULF และ PTT
สรุปแล้ว แม้ตลาดหุ้นไทยจะยังมีปัจจัยบวกให้ติดตามหลายเรื่อง แต่เจ๊จิ๋มมองว่าช่วงนี้ "ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ความผันผวนของราคาหุ้น แต่เป็นภัยไซเบอร์ที่เข้ามาใกล้ตัวนักลงทุนมากกว่าที่เคย" เพราะต่อให้เลือกหุ้นเก่งแค่ไหน หากเผลอหลงเชื่ออีเมลปลอม กดลิงก์ผิด หรือให้ข้อมูลกับมิจฉาชีพ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจหนักกว่าการขาดทุนในตลาดหุ้นเสียอีก ดังนั้น ช่วงนี้นอกจากเลือกหุ้นให้ดีแล้ว อย่าลืมดูแลข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดีไม่แพ้กัน เพราะในโลกการลงทุนยุคดิจิทัล "ความปลอดภัยของข้อมูล" ก็เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าไม่ต่างจากเงินในพอร์ตเลยเจ้าค่ะ