UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน

UAE ประกาศออกจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ มีผล 1 พ.ค. สร้างความไม่แน่นอนต่อโครงสร้างการควบคุมอุปทานน้ำมันโลกในระยะสั้น โบรกฯ มองเห็นความเสี่ยงขาลง จากอุปทานที่อาจสูงขึ้นจาก UAE ในอนาคตได้ อาจกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงได้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น UAE ประกาศออกจากกลุ่ม OPEC และ OPEC+ มีผล 1 พ.ค. สร้างความไม่แน่นอนต่อโครงสร้างการควบคุมอุปทานน้ำมันโลกในระยะสั้น และเพิ่มความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนและปรับขึ้นจาก sentiment ตลาด โดยมองเป็นจังหวะเปิดโอกาสในการเก็งกำไรในหุ้นพลังงาน เช่น PTTEP, PTT, BANPU และกลุ่มโรงกลั่น
โดยในเชิงโครงสร้าง UAE เป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 3 ใน OPEC มีกำลังผลิตประมาณ 3.4 ล้านบาร์เรล/วัน การออกจากกลุ่มทำให้ไม่ต้องอยู่ภายใต้โควตาการผลิต และสามารถกำหนดระดับการผลิตเอง โดยมีแผนเพิ่มกำลังผลิตเป็น 5.0 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2570
ดังนั้น ภาพระยะสั้นจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งจากความไม่แน่นอน “uncertainty-driven” แต่ในระยะกลาง–ยาว การเพิ่มกำลังผลิตของ UAE รวมถึงแรงจูงใจให้ประเทศอื่นเพิ่ม ผลผลิตออกมาด้วย เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด อาจกดดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวลงได้
โดยระยะสั้นเป็นบวกต่อ sentiment หุ้นพลังงาน (โดยเฉพาะต้นน้า อย่างน้ำมัน PTTEP และถ่านหิน BANPU) จากราคาน้ำมันที่ผันผวนขึ้น แต่ต้องระวังแรงกดดันในระยะถัดไปหาก supply เพิ่มเร็วกว่าคาด
ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่าการถอนตัวของ UAE ซึ่งมีกำลังการผลิตน้ำมันปัจจุบันประมาณ 4.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) (หรือคิดเป็นประมาณ 14% ของกำลังการผลิตน้ำมันของ OPEC) และมีแผนที่จะเพิ่มเป็น 5.00 mbd ภายในปี 2570 แสดงให้เห็นถึงอำนาจต่อรองที่ลดลงของ PEC/OPEC+ ในระยะยาว อีกทั้ง เห็นความเสี่ยงขาลง (downside risk) จากอุปทานที่อาจสูงขึ้นจาก UAE ในอนาคตได้
อย่างไรก็ตาม ยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน โดยคาดว่าหุ้นน้ำมัน รวมถึงต้นน้ำและโรงกลั่นจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวสูงในระยะสั้น โดย TOP (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50.00 บาท), BCP (แนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท), SPRC (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท) และ PTTEP (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 160.00 บาท)