Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 20-04-26 (วุ่นไม่เลิก..แต่ดูทรงใกล้จบล่ะ!!! แนะกลยุทธ์ลงทุน “ก้าวเดินแบบคัดกรอง”)

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
หลังจบวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 สถานการณ์สงครามที่เคยดูเหมือนจะผ่อนคลาย กลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปัจจัยภายนอกยังคงผันผวนและคาดการณ์ได้ยาก ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้จึงต้องปรับมาเป็นการ “ก้าวเดินแบบคัดกรอง” เพื่อเน้นความปลอดภัยของพอร์ตควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม
มุมมองจาก บล.เอเซีย พลัส ชี้เป้าให้เห็นว่า ตามสถิติในอดีต เมื่อความตึงเครียดของสงครามเริ่มมีสัญญาณคลายตัว จะมีหุ้นกลุ่มหนึ่งที่มักจะฟื้นตัวแรงแซงโค้ง หรือที่เรียกว่า “War-Relief Stocks” ซึ่งจะทำให้หุ้นที่เคยโดนกดดันในช่วงก่อนหน้ากลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง ขณะที่ปัจจัยในบ้านเราสัปดาห์นี้ต้องจับตาการประชุม ครม. วันที่ 21 เมษายนนี้ให้ดี เพราะรัฐบาลเตรียมเข็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่ ทั้ง “คนละครึ่งพลัส 2569” ที่จะมาช่วยปั๊มหัวใจการบริโภค รวมถึงมาตรการหนุนพลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบบจัดเต็ม
ปัจจัยบวกเหล่านี้จะส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกไอทีและพาณิชย์อย่าง COM7 ที่มักจะมียอดขายพุ่งรับมาตรการรัฐเสมอ รวมถึงหุ้นเครื่องดื่มดับร้อนอย่าง ICHI ที่ได้อานิสงส์จากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวในช่วงซัมเมอร์ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอาหารและอุปโภคบริโภคอย่าง TFG และ CBG ก็เป็นอีกกลุ่มที่น่าสะสม เพราะมักจะดีดตัวได้ดีเมื่อแรงกดดันจากสงครามเริ่มซาลง
อย่างไรก็ตาม บล.บัวหลวง และ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังฝากเตือนให้ระวังความเสี่ยงเรื่องดุลการค้าที่อาจขาดดุลจากการนำเข้าพลังงานราคาสูง ซึ่งจะกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อ ในมุมนี้เจ๊จิ๋มมองว่าหุ้นที่มีรายได้จากต่างประเทศอย่าง ITC จะดูเซ็กซี่ขึ้นมาทันที ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA ก็ยังได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากการย้ายฐานการผลิต และดีมานด์พื้นที่สำหรับ Data Center รวมถึงอุตสาหกรรมไฮเทคที่สอดคล้องกับนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาลในรอบนี้ด้วย
ที่ว่ามาทั้งหมดทำให้เจ๊จิ๋มมองว่าการลงทุนหลังสงกรานต์ปีนี้ต้องเน้นหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากทั้ง “ปัจจัยจากสันติภาพโลก” และ “มาตรการรัฐในประเทศ” ควบคู่กันไป
สายเน้นชัวร์...ปันผลสวยได้แก่ หุ้นสื่อสารอย่าง ADVANC และธนาคารใหญ่อย่าง BBL ยังเป็นทางเลือกที่ยืนหนึ่ง
หุ้นอานิสงส์ท่องเที่ยวได้แก่ BA ที่มีฐานที่มั่นแข็งแกร่งในสมุย และ AOT ที่รับอานิสงส์จากการเดินทางฟื้นตัว ยังเป็นกลุ่มที่มี Upside น่าสนใจและ Downside ค่อนข้างจำกัด เหมาะกับการทยอยสะสมเข้าพอร์ต
หุ้นเด่นที่ต้องติดตามคือ PR9, DELTA, COM7, ICHI รวมถึงหุ้นพื้นฐานแกร่งระดับพรีเมียมอย่าง SCC, BGRIM, BDMS และ BH
นอกจากนี้...แม้ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นตัวถ่วงในระยะสั้น แต่ถ้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจคลอดออกมาได้ตามนัดในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้ เจ๊จิ๋มเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวและกลับสู่ทิศทางบวกได้ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 แน่นอน
ท้ายที่สุด เจ๊จิ๋มยังคงย้ำมุมมองเดิมว่า โอกาสในการลงทุนไม่เคยหายไป เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบไปตามสถานการณ์ และในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดเริ่มผ่อนคลาย นักลงทุนที่เตรียมพอร์ตไว้พร้อมและตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน มักเป็นผู้ที่คว้าโอกาสได้ก่อนเสมอ
เพราะในโลกของการลงทุน ไม่มีอะไรแน่นอน คนที่อยู่รอดได้ ไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือคนที่ “รู้จังหวะ” มากที่สุดนั่นเองเจ้าค่ะ…