"กระทรวงคลัง" ยิ้ม! Q1/69 หุ้นในพอร์ตวิ่งแรง พบ "MCOT" ทะยานเกิน 100%

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในไตรมาส1/2569 ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นกว่า 14.96% ขณะที่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวขึ้นสูงสุดประกอบด้วย กลุ่มปิโตรเคมี 56.2% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 48.20% กลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 21.40%
กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 20.50% กลุ่มเกษตร เพิ่มขึ้น 18.96%
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลในส่วนของพอร์ตลงทุนของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือหุ้นจำนวน 11 หลักทรัพย์ ดังนี้
AOT ถือ 10,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 70%
BCP 65,543,767 หุ้น คิดเป็น 4.45%
BEYOND 31,200,000 หุ้น คิดเป็น 10.76%
DMT 261,350,000 หุ้น คิดเป็น 22.13%
MCOT 452,134,022 หุ้น คิดเป็น 65.8%
MFC 20,000,000 หุ้น คิดเป็น 15.92%
NEP 295,847,860 หุ้น คิดเป็น 12.72%
PTT 14,675,631,250 หุ้น คิดเป็น 51.38%
TFFIF 457,000,000 หุ้น คิดเป็น 10%
THAI 11,010,143,112 หุ้น คิดเป็น 38.9%
TTB 11,364,282,005 หุ้น คิดเป็น 11.65%
จากข้อมูลดังกล่าว จะพบว่า ในช่วงQ1/2569 หุ้นในพอร์ตลงทุนของกระทรวงการคลังที่ราคาปรับตัวขึ้นมากสุด 5 อันดับแรกได้แก่
MCOT ราคาเพิ่มขึ้น 106.17%
TTB ราคาเพิ่มขึ้น 13.86%
PTT ราคาเพิ่มขึ้น 9.38%
DMT ราคาเพิ่มขึ้น 6.73%
NEP ราคาเพิ่มขึ้น 5.26%
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าหุ้น MCOT เป็นหุ้นที่มีราคาปรับขึ้นมากสุด ดังนั้นสะท้อนได้ว่า มูลค่าการถือครองหุ้นของคลังก็ย่อมเติบโตมากขึ้นด้วย
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ MCOT 10 อันดับแรก ณ วันที่ 20 มี.ค. 2569 ประกอบด้วย
กระทรวงการคลัง 452,134,022 หุ้น คิดเป็น 65.80%
ธนาคาร ออมสิน 78,865,978 หุ้น คิดเป็น 11.48%
น.ส. อรวรรณ วิเชียรกวี 24,937,800 หุ้น คิดเป็น 3.63%
สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลเลิดสิน จำกัด 19,999,999 หุ้น คิดเป็น 2.91%
นาง อรุณ หวังวัฒนาพาณิช 9,340,000 หุ้น คิดเป็น 1.36%
นาย สมพงษ์ อาภาธนานนท์ 6,609,100 หุ้น คิดเป็น 0.96%
นาย โสภณ มิตรพันธ์พานิชย์ 6,260,400 หุ้น คิดเป็น 0.91%
นาง พจนีย์ พิชิตบัญชรชัย 4,285,100 หุ้น คิดเป็น 0.62%
นาย ชัยพร วงศ์แสงอนันต์ 3,100,000 หุ้น คิดเป็น 0.45%
นาง สุภา ยั่งยืนสุนทร 2,738,400 หุ้น คิดเป็น 0.40%
อนึ่ง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ระบุว่า ในปี 2569 อสมท เตรียมแผนนำที่ดิน อสมท ทั่วประเทศที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาบริหารจัดการต่อยอดสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ทั้งที่ดินว่างเปล่า อาคารพาณิชย์ และอุปกรณ์ ฯลฯ ต่อยอดรายได้ในระยะยาว
นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนรองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ในปี 2572 ด้วยการศึกษาด้านนวัตกรรมและแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีการออกอากาศแบบเดิมให้ผสานกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ เสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ ด้วยการเสริมทัพพันธมิตร ด้านการจัด Event และ Showbizการผลิตคอนเทนต์ ตลอดจนการผนึกกำลังพันธมิตรบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำพัฒนาโซลูชั่นดิจิทัลครบวงจร เสริมศักยภาพการบริหารลูกค้าและธุรกิจออนไลน์
ขณะเดียวกัน อสมท ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (SBDi) ผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน ESG และความยั่งยืน ด้วยการให้บริการวางแผน ออกแบบ และสื่อสารแบบครบวงจร เพื่อพัฒนาแนวทาง ESG ให้แก่องค์กร, ลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่การสร้างความรู้และความเข้าใจ การออกแบบและพัฒนาเครื่องมือให้สอดคล้องกับองค์กร รวมถึงการให้บริการสื่อสารและนำเสนอผลลัพธ์ด้าน ESG สู่สังคม%20copy.jpg)