Smart Investment

ทองคำร่วงแรงหลังสงคราม 1 เดือน แรงขายธนาคารกลาง-ดอลลาร์แข็งกดตลาด ลุ้นฟื้นตัว เป้า 5,200–5,800 ดอลลาร์


05 เมษายน 2569

Mr.Data

ทองคำร่วงแรงหลังสงคราม-1-เดือน_S2T-(เว็บ)_0.jpg

สถานการณ์ทองคำโลกในรอบ 1 เดือนหลังความขัดแย้งอิหร่านปรับตัวลงแรงสวนทางสินทรัพย์ปลอดภัย จากแรงขายเชิงสภาพคล่อง ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และการเทขายของธนาคารกลาง ขณะที่แนวโน้มระยะถัดไปเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และทั้งปียังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ

สัปดาห์นี้ Mr.Data ชวนมาอัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ภายหลังการปะทุของความขัดแย้งในอิหร่าน เผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย หากแต่กลับปรับตัวลดลงแรงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลดลง 14.8% ในรอบ 1 เดือน และลดลง 11.5% เฉพาะในเดือนมีนาคม ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงประมาณ 6,400 บาท หรือคิดเป็น 8.2% สะท้อนแรงกดดันจากทั้งตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกระแทกจากตลาดพลังงาน หลังอิหร่านใช้มาตรการกดดันอุปทานน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 44% ในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้นรวม 70% ในไตรมาสแรกของปี ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ

สถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินปรับมุมมองต่อนโยบายการเงิน โดยประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และอาจคงนโยบายการเงินในระดับเข้มงวดต่อไป ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน และกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ

นอกจากปัจจัยด้านมหภาคแล้ว ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากพฤติกรรมการถือครองสินทรัพย์ของนักลงทุน ซึ่งมีการปรับลดสถานะการลงทุน (Positioning) และเพิ่มการถือครองเงินสดในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง

ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางบางประเทศยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันในตลาด โดยธนาคารกลางตุรกีได้ขายทองคำออกมาประมาณ 58–60 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เพื่อนำเงินไปพยุงค่าเงินลีราที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ส่วนรัสเซียได้ขายทองคำประมาณ 18 ตัน เพื่อนำไปใช้ชดเชยงบประมาณจากภาระค่าใช้จ่ายด้านการทหาร

แรงขายจากภาคทางการดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาทดสอบระดับ 4,420–4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

ฮั่วเซ่ง เฮง มองแนวโน้มราคาทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าทางด้านเทคนิคคาดกลับมาเป็นขาขึ้น หลังจากที่ในช่วงสงครามราคาทองคำปรับลงแรงจนลงไปต่ำสุดที่ 4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 200 วัน มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากแนวรับดังกล่าว ขณะที่จุดต่ำสุดของราคาทองคำยกสูงขึ้นต่อเนื่อง

และเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ราคาทองคำปรับขึ้นแรงทะลุผ่านแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 100 วันได้ แต่ต้องยืนเหนือให้ได้จะทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นไปที่ 4,800 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 73,500 บาท) และจะมีแนวต้านสำคัญที่ 4,950-5,000 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 75,000-75,500 บาท) เป้าหมายของราคาทองคำ 1 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 77,500 บาท) ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าสงครามต้องไม่ยกระดับความรุนแรงและในที่สุดจบลงได้ในอีก 1 เดือนข้างหน้า

สำหรับแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว ภาพรวมยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ การที่สิงคโปร์เร่งพัฒนาตัวเองเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำในเอเชีย ทั้งในด้านการซื้อขาย การจัดเก็บ และการให้บริการรับฝากทองคำสำหรับธนาคารกลาง อาจเป็นอีกปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความต้องการในตลาดทองคำโลกในระยะยาว

“การขยับตัวของสิงคโปร์ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่า ทองคำยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกในระยะยาว

สอดคล้องกับมุมมองของ YLG ที่ประเมินว่าทองคำปีนี้ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยให้เป้าหมายแรกที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 86,600 บาท และหากผ่านได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 5,824 ดอลลาร์ หรือประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ”พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าว

นอกจากนี้ Nitesh Shah จาก WisdomTree แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวลง โดยจัดสรรการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ประมาณ 15–20% ของพอร์ต และเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด

....แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ส่งผลให้แนวโน้มหลักเปลี่ยนแปลง โดยตลาดยังคงมีโอกาสฟื้นตัวในระยะถัดไป หากปัจจัยเสี่ยงไม่รุนแรงขึ้น และแรงกดดันจากค่าเงินและนโยบายการเงินเริ่มผ่อนคลายลงในระยะต่อไป

ทองคำร่วงแรงหลังสงคราม-1-เดือน_0.jpg