4 หุ้นหมูไก่ติดปีก รับราคาพุ่งแรง TFG เด่นสุดทะยาน 57.65% โบรกอัพเป้า ลุ้นมาร์จิ้นฟื้น หนุนกำไรโตยั่งยืน
Mr.Data
สัปดาห์นี้ Mr.Data พามาเกาะติดสถานการณ์ราคาหุ้ราคาหมู-ไก่ ในตลาดหุ้น ย้อนหลัง 1 เดือน ที่ราคาทะยานต่อเนื่อง สอดคล้องราคาหมู-ไก่ ที่ปรับตัวเพิ่ม อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาหมูไทยอยู่ที่ 64.5 บาทต่อกิโลกรัม (+4 บาท เมื่อเทียบสัปดาห์ก่อน)
หลังสมาคมร่วมมือกันลดปริมาณ Supply สะท้อนผ่านราคาประกาศหน้าฟาร์มที่ปรับขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกัน รวม 16 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาไก่ยังทรงตัวที่ 40.5 บาทต่อกิโลกรัม
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองถือเป็นราคาที่ดี และผู้เลี้ยงมีกำไร อย่าง CPF, BTG, GFPT และ TFG
ด้านราคาวัตถุดิบ ข้าวโพดและกากถั่วเหลืองยังค่อนข้างทรงตัว ดังนั้น ราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับขึ้น จึงเป็นบวกต่อมาร์จิ้นของกลุ่มเนื้อสัตว์ และหากราคาวัตถุดิบปรับขึ้นในระยะถัดไป จะยังไม่กระทบต่อต้นทุนทันที เพราะมีการล็อกราคาไปครอบคลุมไตรมาส 3/2569 และบางรายเริ่มล็อกของปีหน้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามข่าวการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าของภาครัฐ อาจทอน Sentiment เชิงบวกของกลุ่มเนื้อสัตว์อยู่บ้าง
หากสำรวจข้อมูลราคาหุ้น BTG CPF GFPT และ TFG ย้อนหลัง 1 เดือน (ณ วันที่ 25 มี.ค.2569) จะพบว่า BTG ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 15.97% CPF เพิ่มขึ้น 17.12% GFPT เพิ่มขึ้น 13.29% และ TFG เพิ่มขึ้น 57.65%
จากข้อมูล IAA Consensus ให้ราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 9.50 บาท ราคาเฉลี่ย 6.26 บาท
บล.โกลเบล็ก เผยบทวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" TFG และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.50 บาท จากเดิม 6.0 บาท โดยอิงจาก P/E ปี 2569 ที่ 10 เท่า (จากเดิม 6 เท่า) เนื่องจากมองเห็นถึงคุณภาพและความยั่งยืนของกำไรและกระแสเงินสดของ TFG ที่ดีขึ้นอย่างมาก จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปสู่ธุรกิจค้าปลีก
โดยคาดการณ์ว่า TFG จะสามารถเพิ่มจำนวนร้านค้าปลีกเป็น 1,250 แห่ง ภายในปี 2571 ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและราคาที่แข่งขันได้ TFG จะสามารถเจาะตลาดมวลชนในต่างจังหวัดและแข่งขันกับตลาดสดและร้านค้าปลีกสมัยใหม่ได้ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกจะเพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี 2568 เป็น 55% ในปี 2569 และ 59% ในปี 2570
นอกจากนี้ ยังประเมินว่า TFG ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยหันมาเน้นการตอบสนองความต้องการภายใน (captive demand) และขยายธุรกิจค้าปลีก ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว กลยุทธ์สำคัญคือ การเปลี่ยนจากการขายสุกรมีชีวิตไปเป็นการขายเนื้อหมูในร้านค้าปลีกของตนเองถึง 90% การเปิดโรงฆ่าสัตว์เพื่อลดต้นทุน และการขยายฟาร์มสุกรในเวียดนาม
"TFG กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน หลังจากการเติบโตที่โดดเด่นในปี 2568 โบรกเกอร์ Globex มองเห็นศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปสู่การค้าปลีกมากขึ้น"
TFG รับอานิสงส์ราคาหมู-ไก่พุ่ง
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาเนื้อสัตว์ในช่วงนี้ มีปัจจัยหนุนจากสภาพอากาศ และอุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัว แม้สถานการณ์สงครามจะส่งผลให้ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯได้รับผลกระทบจำกัด จากการบริหารต้นทุนเชิงรุก และการล็อกราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า
ขณะเดียวกัน ประเด็นความมั่นคงทางอาหารจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม ยังเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมอาหารในระยะกลางถึงยาว โดยประเทศไทยมีศักยภาพในฐานะผู้ส่งออก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความต้องการสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้น
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 10–15% สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ต่อเนื่อง โดยเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรสู่โมเดล Market Driven อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการขยายธุรกิจค้าปลีก “Thai Foods Fresh Market” เพิ่มเป็น 850 สาขา จากสิ้นปี 2568 ที่ 615 สาขา เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง
นอกจากนี้ บริษัทฯมีแผนขยายฐานการผลิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ควบคู่กับการรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งวางเป็น Growth Engine ใหม่ ผ่านการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์ ขยายธุรกิจไก่ และเพิ่มฟาร์มสุกร คาดโครงการแล้วเสร็จปลายปี 2569 และเริ่มสร้างผลบวกต่อรายได้และต้นทุนตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ จากปัจจัยหนุนด้านราคาสินค้า การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน ทำให้ TFG มั่นใจศักยภาพการเติบโต หนุนรายได้ทำนิวไฮต่อเนื่อง%20copy.jpg)