Smart Investment

ส่องพอร์ต "เสี่ยป๋อง" ต้นปี 69 ติดโผหุ้นใหญ่ JMART-SGC พบ ลูก-ภรรยาร่วมถือ 3 หุ้น


02 พฤษภาคม 2569

ส่องพอร์ต เสี่ยป๋อง_S2T (เว็บ) copy.jpg

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 2/69 ยังคงผันผวนตามกระแสของสงครามตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยสามารถปรับตัวขึ้นมาได้เกินระดับ 10%  โดยมีแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ และล่าสุดกลุ่มสถาบันการเงินได้ทยอยประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ออกมาแล้ว

ทั้งนี้ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน(ประเทศไทย) ระบุว่า กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 57.2 พันล้านบาท ลดลง 2% yoy แต่เพิ่มขึ้น 20% qoq ธนาคารส่วนใหญ่ได้ตั้งสำรองเพิ่มเติม (management overlays) ใน 1Q26 เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

จากการสำรวจข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนพอร์ตลงทุนของกลุ่มตระกูลแก้วสว่าง นำโดย "วัชระ แก้วสว่าง" หรือที่รู้จักกันดีในวงการตลาดทุน"เสี่ยป๋อง" นักลงทุนรายใหญ่ชื่อดัง ซึ่งพบว่า ปัจจุบัน ภรรยาและบุตร ได้เข้ามาลงทุนถือหุ้น 3 บริษัท และเป็นหุ้นที่เสี่ยป๋องถือลงทุนอยู่แล้วด้วย ดังนี้

หุ้นในพอร์ตลงทุนของเสี่ยป๋องที่มีชื่อปรากฎการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 7 บริษัท ประกอบด้วย

JMART    10,060,000 หุ้น คิดเป็น 0.68 %      

MALEE    3,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.70%         

MGC     29,760,000 หุ้น คิดเป็น 2.66%       

SGC       26,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.43%       

STPI       11,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.61%       

TMC      6,000,000 หุ้น คิดเป็น 1.31%

FSX        11,300,000 หุ้น คิดเป็น 0.99%        

หุ้นที่ลงทุนโดย "โสภิศ แก้วสว่าง" หรือ (ปุ๊ก) ภรรยาของ "เสี่ยป๋อง"

MGC     19,290,000 หุ้น คิดเป็น 1.72%  

หุ้นที่ลงทุนโดย "วรวิทย์ แก้วสว่าง" เป็น ลูกชายของ "เสี่ยป๋อง"

STPI      12,960,300 หุ้น คิดเป็น   0.72%  

TMC     3,100,000 หุ้น คิดเป็น    0.68%  

หุ้นที่ลงทุนโดย วีรภัทร แก้วสว่างเป็น ลูกชายของ "เสี่ยป๋อง"

TMC    3,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.65%         

นอกจากนี้ จากข้อมูลดังกล่าว หากนำไปเปรียบเทียบกับการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นในครั้งก่อน ยังพบว่า "เสี่ยป๋อง"ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครอง 2 หุ้นจนทำให้มีชื่อปรากฏในโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด จากเดิมที่ไม่ได้มีรายชื่อติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แก่ หุ้น JMART และหุ้น SGC

สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นในพอร์ตช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและสร้างมูลค่าเพิ่มมากที่สุดคือ FSX ดังนี้

FSX 58.57%

JMART 1.45%

MALEE -3.81%

MGC 4.09%

SGC 8.33%

STPI -11.50%

TMC -1.39%

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ JMART ล่าสุดประกอบด้วย

บริษัท วี จี ไอ จำกัด (มหาชน) 199,161,600 หุ้นคิดเป็น 13.53%

นาย อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา 188,888,966หุ้นคิดเป็น 12.83%

บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 148,861,318หุ้นคิดเป็น 10.11%

นาย เอกชัย สุขุมวิทยา 122,420,428หุ้น คิดเป็น 8.32%

น.ส. จุฑามาศ สุขุมวิทยา 79,473,277 หุ้น คิดเป็น 5.40%

นาย อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย 75,870,000 หุ้น คิดเป็น 5.16%

น.ส. ยุวดี พงษ์อัชฌา 57,122,748 หุ้น คิดเป็น 3.88%

นาย จิตติพร จันทรัช 18,472,700 หุ้น คิดเป็น 1.26%

SOUTH EAST ASIA UK (TYPE C) NOMINEES LIMITED 16,636,000 หุ้น คิดเป็น 1.13%

บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 16,532,881 หุ้น คิดเป็น 1.12%

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดย บลจ. เมธา จำกัด 14,000,000 หุ้น คิดเป็น 0.95%

UBS AG SINGAPORE BRANCH - FOR CLIENTS' ACCOUNTS 10,100,000 หุ้น คิดเป็น 0.69%

นาย วัชระ แก้วสว่าง 10,060,000 หุ้น คิดเป็น 0.68%

นาย เอี่ยม อาชวกุลเทพ 7,830,000 หุ้น คิดเป็น 0.53%

นาย อานนท์ ไพจิตโรจนา 7,800,000 หุ้นคิดเป็น 0.53%

บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 7,739,300 หุ้น คิดเป็น 0.53%

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของ SGC ได้แก่

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 4,877,586,000 หุ้น คิดเป็น 78.17%

บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 145,798,585 หุ้น คิดเป็น 2.34%

นาย อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย 82,200,000 หุ้น คิดเป็น1.32%

บริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) 71,966,133 หุ้น คิดเป็น 1.15%

นาย สุระ คณิตทวีกุล 35,896,000 หุ้น คิดเป็น 0.58%

นาย ชวิน กิรณานนท์ 32,250,000 หุ้น คิดเป็น 0.52%

นาย ทรงยศ เอื้อวัฒนา 32,000,000 หุ้น คิดเป็น0.51%

นาย อานนท์ ไพจิตโรจนา  30,202,036หุ้น คิดเป็น 0.48%

นาย สมคิด ธีระกุลพิศุทธิ์   28,500,000 หุ้น คิดเป็น 0.46%

นาย วัชระ แก้วสว่าง 26,800,000 หุ้น คิดเป็น 0.43%

ส่องพอร์ต เสี่ยป๋อง_S2T (เพจ) copy.jpg