Smart Investment

สะเทือนตลาดทองโลก! จีนสั่งปิด "ทองกระดาษ" ทั้งระบบ TISCO ชี้ทองคำรอบใหม่กำลังมา


02 สิงหาคม 2569

จีนปิด-ทองกระดาษ_S2T-(เว็บ)_0.jpg

Mr.Data

จีนเดินหน้าปฏิรูปตลาดทองคำครั้งใหญ่ หลังธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ประกาศยุติการให้บริการซื้อขาย "ทองกระดาษ" และตราสารอนุพันธ์ทองคำสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างถาวร พร้อมกำหนดเส้นตายปิดสถานะทั้งหมดภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ TISCO Wealth Advisory มองว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ความต้องการทองคำลดลง แต่จะผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ทองคำแท่งและกองทุน ETF มากขึ้น พร้อมประเมินราคาทองคำมีโอกาสกลับขึ้นเหนือ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หากปัจจัยเศรษฐกิจและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังสนับสนุน

จีนสร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตลาดทองคำโลก หลังธนาคารพาณิชย์รายใหญ่หลายแห่ง อาทิ Industrial and Commercial Bank of China (ICBC), Postal Savings Bank of China (PSBC) และ Ping An Bank ประกาศยุติการให้บริการซื้อขาย "ทองกระดาษ" (Paper Gold) และผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ทองคำสำหรับลูกค้ารายย่อยทั้งหมด โดยกำหนดให้ปิดสถานะการลงทุนภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569

หากนักลงทุนไม่ดำเนินการปิดสถานะหรือไม่ประสงค์แปลงสิทธิเป็นทองคำแท่งจริง ธนาคารจะดำเนินการปิดสถานะโดยอัตโนมัติ (Forced Liquidation) และโอนเงินสดคืนเข้าบัญชีลูกค้า ซึ่งถือเป็นการยุติการซื้อขายทองกระดาษของนักลงทุนรายย่อยอย่างสมบูรณ์

การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นมาตรการที่ทยอยบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2563 โดยในช่วงแรก ธนาคารห้ามเปิดบัญชีใหม่สำหรับลูกค้ารายย่อย ก่อนจะขยายมาตรการในช่วงต้นปี 2569 ด้วยการห้ามเปิดสถานะใหม่ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขาย พร้อมปรับเพิ่มเงินประกันการซื้อขายในระดับสูง เพื่อเร่งให้นักลงทุนทยอยลดความเสี่ยงและปิดสถานะเดิม จนเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือการยุติบริการทั้งหมดในปีนี้

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวใช้เฉพาะนักลงทุนรายย่อยเท่านั้น ขณะที่นักลงทุนสถาบันและภาคธุรกิจยังสามารถซื้อขายตราสารทองคำผ่านตลาด Shanghai Gold Exchange (SGE) ได้ตามปกติ เพื่อใช้บริหารความเสี่ยงของธุรกิจ

เหตุผลที่จีนต้องยกเลิก "ทองกระดาษ"

TISCO Wealth Advisory ระบุว่า การตัดสินใจของทางการจีนมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่

คุ้มครองนักลงทุนรายย่อย จากความผันผวนของราคาทองคำและความเสี่ยงจากการใช้เงินกู้หรือการลงทุนแบบใช้วงเงินสูง

ลดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน หลังจีนเคยเผชิญบทเรียนจากวิกฤติผลิตภัณฑ์การลงทุนที่สร้างความเสียหายอย่างมากในอดีต

ผลักดันการถือครองทองคำจริง เพื่อให้ประชาชนลงทุนผ่านทองคำแท่งหรือกองทุน ETF ที่มีทองคำรองรับจริง แทนการซื้อขายสัญญากระดาษ

เม็ดเงินไม่ได้หาย แต่กำลังย้ายไป "ทองคำแท่ง"

TISCO Wealth Advisory ประเมินว่า การยุติทองกระดาษจะไม่ทำให้อุปสงค์ทองคำของจีนลดลง แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน โดยเม็ดเงินมีแนวโน้มไหลเข้าสู่ทองคำแท่งจริงและกองทุน ETF ทองคำภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ตลาดอนุพันธ์ทองคำยังคงเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนสถาบัน ซึ่งมีระบบบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวดกว่า

จีนเร่งนำเข้าทองคำสูงสุดในรอบ 2 ปี

ข้อมูลล่าสุดจากสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า จีนนำเข้าทองคำประมาณ 173 ตันในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

ปัจจัยสำคัญมาจากราคาทองคำโลกที่ปรับฐานลง ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อในจังหวะราคาย่อตัว ประกอบกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าทองคำลดลง และสะท้อนว่าความต้องการทองคำในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ของจีนยังเพิ่มการถือครองทองคำ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ารายย่อย ทั้งการจำหน่ายทองคำแท่งและโครงการออมทอง ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Shanghai Gold Exchange ยังระบุว่า กองทุน ETF ทองคำของจีนมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิราว 28 ตัน นับตั้งแต่ต้นปี 2569 สวนทางกับกองทุน ETF ทองคำในหลายประเทศที่ยังเผชิญกระแสเงินทุนไหลออก

TISCO มองทองคำยังมีโอกาสกลับเป็นขาขึ้น

TISCO Wealth Advisory ประเมินว่า ราคาทองคำบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการสะสม เนื่องจากตลาดรับรู้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ไปมากแล้ว

หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกลับมาเร่งตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาทองคำกลับขึ้นไปเหนือ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ได้ในระยะต่อไป

จีนปิด-ทองกระดาษ_0.jpg