Smart Investment

สงครามดันน้ำมันพุ่ง! ทองคำดิ่งหนักหลุด 5,000 ดอลลาร์ เฟดชะลอลดดอกเบี้ย เสี่ยงเงินเฟ้อซ้ำ


22 มีนาคม 2569

Mr.Data

สงครามดันน้ำมันพุ่ง!_info-ปก_0.jpg

ความขัดแย้งตะวันออกกลางจุดชนวน “Oil Shock” รอบใหม่ ดันเงินเฟ้อ–ดอกเบี้ยโลกพลิกทิศ กดราคาทองคำแม้เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย นักวิเคราะห์ชี้ตลาดกำลังให้น้ำหนัก “พลังงาน” มากกว่า “ความเสี่ยงสงคราม” ระยะสั้น ขณะที่ระยะยาวทองยังเป็น Core Asset ของพอร์ตโลก

หลังราคาทอง Gold Spot ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) ที่ 5,627 ดอลลาร์/ออนซ์ ทองแท่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 80,050 บาท/บาททองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลงแรง หลุด 5,000 ดอลลาร์ โดยล่าสุดวันที่ 20 มี.ค.2569 ทอง Gold Spot อยู่ที่ 4,682.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 ทองแท่งขายออก 72,250 บาท ลดลง 650 บาท 

จากความกังวลสถานการณ์สงคราม ส่งผลราคาน้ำมันพุ่ง ลามเงินเฟ้อ กดดันราคาทองแท่งลดลงมาแล้ว 7,800 บาท จากราคาสูงสุด หรือลดลง 9.74%

...ตลาดเริ่มตีความว่า หากสงครามดันราคาพลังงานขึ้นต่อ จะยิ่งซ้ำเติมเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น 

ขณะที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% สะท้อนว่าเงินเฟ้อยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ท่ามกลางความเสี่ยงจากราคาพลังงานที่กำลังเร่งตัวขึ้น

 “สงครามไม่พอ” ต้องดูน้ำมัน 

Classic Gold ระบุว่า แม้ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านจะดันความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ขึ้นสูง แต่ราคาทองคำกลับเคลื่อนไหวในลักษณะ “พักฐาน” เนื่องจากตลาดให้น้ำหนักกับ ราคาน้ำมัน มากกว่า

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า น้ำมันพุ่งจากความเสี่ยง supply shock โดยเฉพาะช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ตลาดกังวล “ต้นทุนพลังงาน” มากกว่า “สงครามโดยตรง”

โดยราคาน้ำมันที่พุ่งแรงมีผลเชิงลูกโซ่ ดันเงินเฟ้อผ่านต้นทุนพลังงาน กดการเติบโตเศรษฐกิจ (Stagflation risk) ทำให้ธนาคารกลาง “ลดดอกเบี้ยยากขึ้น” ซึ่งกลไกนี้กลายเป็นตัว “กดทองคำ” ในระยะสั้น

เตือน Inflation Shock 

ฝั่ง GCAP GOLD ให้ภาพที่ชัดในเชิงนโยบายการเงิน ประเด็นหลักคือ โลกกำลังเสี่ยง “Inflation Shock รอบใหม่” จากพลังงานตลาดเริ่ม “ลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ย” อย่างมีนัยสำคัญ

เฟดมีโอกาส “คงดอกเบี้ย” แทนการผ่อนคลาย ซึ่งถือเป็น turning point สำคัญของตลาด เพราะทองคำจะขึ้นแรงได้ ต้องเกิด “Real Yield ลดลง” แต่สิ่งที่เกิดตอนนี้คือ “Real Yield มีแนวโน้มสูงขึ้น” ส่งผลให้ราคาทองแกว่งในกรอบ ยังไม่เกิด breakout แม้มีสงคราม

ทองลงทั้งที่มีสงคราม

ข้อมูลล่าสุดจากตลาดโลกสะท้อนภาพเดียวกัน ทองเคยขึ้นไป 5,100-5,400 ดอลลาร์ และหลุด 5,000 ดอลลาร์ ในบางช่วง 

ทอง คือ Core Asset ของโลก 

แม้ระยะสั้นจะผันผวน แต่ในเชิงโครงสร้าง YLG ชี้ชัดว่า “ทองยังเป็นสินทรัพย์หลักของพอร์ตโลก” 

ข้อมูลสำคัญ นักลงทุนมั่งคั่งเพิ่มสัดส่วนทองประมาณ 5-11% ผู้เชี่ยวชาญแนะนำถือ 10–15% ธนาคารกลางถือ ประมาณ 10–20% ของทุนสำรอง สะท้อนว่า ทองไม่ใช่ “trade” แต่คือ “insurance” และในปี 2568 ดีมานด์ทองทั่วโลกทะลุ 5,000 ตันมูลค่ากว่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์

สงครามดันน้ำมันพุ่ง!_info_0.jpg