Smart Investment

"กระทรวงคลัง" ยิ้ม! Q1/69 หุ้นในพอร์ตวิ่งแรง พบ "MCOT" ทะยานเกิน 100%


04 เมษายน 2569

กระทรวงคลัง ยิ้ม_S2T (เว็บ) copy.jpg

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในไตรมาส1/2569 ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นกว่า 14.96% ขณะที่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวขึ้นสูงสุดประกอบด้วย กลุ่มปิโตรเคมี 56.2% กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มขึ้น 48.20% กลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 21.40%

กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 20.50% กลุ่มเกษตร เพิ่มขึ้น 18.96%

ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลในส่วนของพอร์ตลงทุนของกระทรวงการคลัง ซึ่งถือหุ้นจำนวน 11 หลักทรัพย์ ดังนี้

AOT   ถือ  10,000,000,000 หุ้น คิดเป็น 70%

BCP       65,543,767 หุ้น คิดเป็น 4.45%

BEYOND    31,200,000 หุ้น คิดเป็น 10.76%

DMT      261,350,000 หุ้น คิดเป็น 22.13%

MCOT   452,134,022 หุ้น คิดเป็น 65.8%

MFC      20,000,000 หุ้น คิดเป็น 15.92%

NEP       295,847,860 หุ้น คิดเป็น 12.72%

PTT        14,675,631,250 หุ้น คิดเป็น 51.38%

TFFIF     457,000,000 หุ้น คิดเป็น 10%

THAI      11,010,143,112 หุ้น คิดเป็น 38.9%

TTB        11,364,282,005 หุ้น คิดเป็น 11.65%

จากข้อมูลดังกล่าว จะพบว่า ในช่วงQ1/2569 หุ้นในพอร์ตลงทุนของกระทรวงการคลังที่ราคาปรับตัวขึ้นมากสุด 5 อันดับแรกได้แก่

MCOT  ราคาเพิ่มขึ้น 106.17%

TTB  ราคาเพิ่มขึ้น 13.86%

PTT  ราคาเพิ่มขึ้น  9.38%

DMT  ราคาเพิ่มขึ้น  6.73%

NEP  ราคาเพิ่มขึ้น  5.26%

จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าหุ้น MCOT เป็นหุ้นที่มีราคาปรับขึ้นมากสุด ดังนั้นสะท้อนได้ว่า มูลค่าการถือครองหุ้นของคลังก็ย่อมเติบโตมากขึ้นด้วย

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ MCOT 10 อันดับแรก ณ วันที่ 20 มี.ค. 2569 ประกอบด้วย

กระทรวงการคลัง   452,134,022   หุ้น คิดเป็น  65.80%

ธนาคาร ออมสิน    78,865,978   หุ้น คิดเป็น  11.48%

น.ส. อรวรรณ วิเชียรกวี    24,937,800   หุ้น คิดเป็น  3.63%

สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลเลิดสิน จำกัด 19,999,999  หุ้น คิดเป็น 2.91%

นาง อรุณ หวังวัฒนาพาณิช   9,340,000 หุ้น คิดเป็น 1.36%

นาย สมพงษ์ อาภาธนานนท์   6,609,100 หุ้น คิดเป็น 0.96%

นาย โสภณ มิตรพันธ์พานิชย์   6,260,400 หุ้น คิดเป็น 0.91%

นาง พจนีย์ พิชิตบัญชรชัย    4,285,100 หุ้น คิดเป็น 0.62%

นาย ชัยพร วงศ์แสงอนันต์    3,100,000 หุ้น คิดเป็น 0.45%

นาง สุภา ยั่งยืนสุนทร     2,738,400 หุ้น คิดเป็น 0.40%

อนึ่ง บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ระบุว่า ในปี 2569 อสมท เตรียมแผนนำที่ดิน อสมท ทั่วประเทศที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาบริหารจัดการต่อยอดสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร ทั้งที่ดินว่างเปล่า อาคารพาณิชย์ และอุปกรณ์ ฯลฯ ต่อยอดรายได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ ได้เตรียมแผนรองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ในปี 2572 ด้วยการศึกษาด้านนวัตกรรมและแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีการออกอากาศแบบเดิมให้ผสานกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจใหม่ เสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจ ด้วยการเสริมทัพพันธมิตร ด้านการจัด Event และ Showbizการผลิตคอนเทนต์ ตลอดจนการผนึกกำลังพันธมิตรบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำพัฒนาโซลูชั่นดิจิทัลครบวงจร เสริมศักยภาพการบริหารลูกค้าและธุรกิจออนไลน์

ขณะเดียวกัน อสมท ร่วมมือกับ สถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (SBDi) ผู้นำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน ESG และความยั่งยืน ด้วยการให้บริการวางแผน ออกแบบ และสื่อสารแบบครบวงจร เพื่อพัฒนาแนวทาง ESG ให้แก่องค์กร, ลูกค้าในทุกระดับ ตั้งแต่การสร้างความรู้และความเข้าใจ การออกแบบและพัฒนาเครื่องมือให้สอดคล้องกับองค์กร รวมถึงการให้บริการสื่อสารและนำเสนอผลลัพธ์ด้าน ESG สู่สังคม

กระทรวงคลัง ยิ้ม_S2T (เพจ) copy.jpg