OR ทุ่มงบ 2.2 พันลบ. เข้าลงทุน TPN ดันถือหุ้น 55.41% โบรกฯ ชี้ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์

OR ประกาศดีลใหม่! อัดงบ 2.2 พันล้านบาท ส่งบริษัทย่อยเข้าลงทุน TPN ผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โบรกฯ มองบวก ช่วยหนุน utilization เสริมความแข็งแกร่งด้าน supply chain และลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ OR ในระยะยาว
หม่อมหลวง ปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ OR เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติให้ บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ จำกัด (“Modulus”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% เข้าลงทุนใน บริษัท ไทย ไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (TPN) ผู้ประกอบธุรกิจระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยเข้าซื้อหุ้นสามัญเดิมของ TPN ทั้งหมดจาก บริษัท บิ๊กแก๊ส เทคโนโลยี จำกัด (ผู้ขาย) และซื้อหุ้นใหม่ของ TPN (รวมเรียกว่า “ธุรกรรมการซื้อขายหุ้น”) คิดเป็นมูลค่ารวม ทั้งสิ้นไม่เกินประมาณ 2,200 ล้านบาท เมื่อธุรกรรมเสร็จสิ้น Modulus จะถือหุ้นในสัดส่วน 55.41% และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ถือหุ้นในสัดส่วน 44.59% ของหุ้นทั้งหมดใน TPN
สำหรับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นดังกล่าวอยู่ภายใต้การดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนการเข้าลงทุน (Condition precedent : CP) ภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผู้ขายได้ดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนเข้าลงทุนที่สำคัญ เสร็จครบถ้วนแล้วเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งเงินลงทุน ในบริษัทอื่น เป็นผลทำให้ TPN เข้าข่ายเป็นบริษัทร่วมทุนของ OR
ทั้งนี้การเข้าลงทุนดังกล่าวจะช่วยสร้าง ความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานรวมถึงยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจ Mobility เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ OR นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้มีมติอนุมัติให้ Modulus ค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญาเงินกู้ระหว่าง TPN กับสถาบันการเงิน ภายหลังจากที่ธุรกรรมการซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้นลง โดยเป็นการค้าประกันตามสัดส่วนการลงทุนของ Modulus ใน TPN ซึ่งมีมูลค่าการค้าประกันไม่เกิน 6,203 ล้านบาท
ความเห็นนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า มองบวกเชิงกลยุทธ์ต่อดีลนี้ แม้ TPN ยังอยู่ในช่วงขาดทุนราว 300-400 ล้านบาท จากระดับ throughput volume ที่ยังต่ำ โดย ณ สิ้นปี 2568 มี U-rate เพียงราว 5-6% อย่างไรก็ดีภาพเริ่มดีขึ้นชัดเจนในช่วงปัจจุบัน เมื่อ-rate ปรับขึ้นมาอยู่ที่ราว 25% หลัง tariff มีความสามารถแข่งขันมากขึ้น จนทำให้ shipper หันมาใช้การขนส่งผ่านท่อมากขึ้น รวมถึง OR เองด้วย
ขณะที่จุดคุ้มทุนของธุรกิจอยู่ที่ U-rate ประมาณ 40-50% ทำให้ประเมินว่า TPN ยังเป็นสินทรัพย์ที่ต้องใช้เวลา ramp-up และมีโอกาส turn around เป็นกำไรในอีก 3-5 ปีข้างหน้า หาก OR สามารถค่อยๆ build throughput volume ได้ตามแผน
ดังนั้นมองว่าดีลนี้จะสร้างประโยชน์สองทาง คือช่วยหนุน utilization และโอกาสพลิกฟื้นผลประกอบการของ TPN ในระยะกลาง ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้าน supply chain และลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้ OR ในระยะยาว ซึ่งแม้ดีลนี้อาจยังไม่สร้าง upside ต่อกำไรทันทีแต่ถือเป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างที่มีคุณค่าต่อ OR มากขึ้น หากบริษัทสามารถผลักดัน U-rate เข้าใกล้ระดับ break-even ได้อย่างต่อเนื่อง
โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" และราคาเป้าหมาย 16 บาทแนวโน้มไตรมาส 1/69 คาดปริมาณขายน้ำมันน่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี จากช่วงของการเลือกตั้ง ในขณะที่กลุ่ม Lifestyle น่าจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จากค่าใช้จ่ายที่ลดลงตามฤดูกาล
ยอดนิยม
CK- STECON มีลุ้นได้เฮ ลุ้นคว้างาน “กรมทางหลวง” หลังเสนอ 3 โครงการใหญ่ วงเงิน 4.1 หมื่นลบ.
หวังรัฐบาล “อนุทิน” แก้วิกฤต! น้ำมันแพงซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย เตือนระวังหุ้นหลายกลุ่ม รับแรงกระแทก
OR ทุ่มงบ 2.2 พันลบ. เข้าลงทุน TPN ดันถือหุ้น 55.41% โบรกฯ ชี้ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์