รายงานพิเศษ : EA ธุรกิจเร่ง Turnaround รับเทรนด์เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ดีมานโรงไฟฟ้าสะอาด- EV โตแรง

ราคาน้ำมันพุ่งกลายเป็นแรงส่งสำคัญ หนุนดีมานด์ไฟฟ้าสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ EA เดินหน้า 3 ธุรกิจหลัก ปูทางฟื้นตัวระยะยาว
บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) วางทิศทางธุรกิจในปี 2569 เป็น “ปีแห่งการกลับมาเดินหน้าอย่างจริงจัง” โดยมุ่งเน้นการฟื้นตัว (Turnaround) ผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน ธุรกิจบริหารจัดการขยะ และธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะใหม่ของบริษัท
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในรอบนี้ มาจากแนวโน้มราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งกำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน (Energy Transition) อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคขนส่ง ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และกลายเป็น “โอกาสเชิงโครงสร้าง” ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้
ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นฐานรายได้หลักที่มีเสถียรภาพของ EA โดยบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมผ่านโครงการพลังงานลม 2 โครงการ ในจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น รวมกำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2571–2572
การลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มต้นทุนพลังงานฟอสซิลที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้พลังงานหมุนเวียนมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น ทั้งในด้านต้นทุนระยะยาวและความยั่งยืน ส่งผลให้ความต้องการจากภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นอกจากนี้ พลังงานสะอาดยังได้รับแรงหนุนจากนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่งช่วยสร้างโอกาสในการขยายพอร์ตโครงการใหม่ในอนาคต และเพิ่มความมั่นคงของกระแสเงินสดให้กับบริษัทในระยะยาว
อีกหนึ่งธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญ คือ ธุรกิจบริหารจัดการขยะ ซึ่ง EA มุ่งพัฒนาโครงการที่สามารถเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน (Waste-to-Energy)
โครงการกำจัดขยะเกาะล้าน ภายใต้บริษัท เอสพี เวสต์ แมนเนจเม้นท์ ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.69 รองรับขยะได้สูงสุด 100 ตันต่อวัน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างรายได้ประจำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน โครงการในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้า 8 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าการก่อสร้างแล้ว 37% และคาดว่าจะเปิดให้บริการภายในสิ้นปี 2569 ส่วนโครงการในจังหวัดปทุมธานี อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านสัญญาซื้อขายไฟฟ้า
ธุรกิจนี้มีศักยภาพเติบโตสูงในระยะยาว เนื่องจากปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเมือง ขณะเดียวกันยังสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า จึงเป็นอีกหนึ่งเสาหลักที่ช่วยเสริมความมั่นคงของธุรกิจ
ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ถูกวางให้เป็น “New Growth Engine” ของ EA โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ (B2B) ที่มีความอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันสูง ปัจจุบัน บริษัทมีคำสั่งซื้อหลักจากกลุ่ม NCA จำนวน 1,520 คัน ภายใต้โครงการเช่ารถโดยสารไฟฟ้า ซึ่งได้ลงนามสัญญาเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะทยอยส่งมอบภายใน 1 ปี
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการโลจิสติกส์และขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ต้นทุนของรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ทำให้ EV กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายในไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการเติบโตของความต้องการอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 2–3 ของปี 2569 เป็นต้นไป
“ทั้ง 3 ธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจขยะ และ EV ต่างมีบทบาทเชื่อมโยงกันในระบบนิเวศพลังงานใหม่ และช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ตอบรับเมกะเทรนด์โลก ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแรง ทำให้ EA มีศักยภาพในการกลับมาเติบโต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นได้ในระยะยาว” นายวสุกล่าว