รายงานพิเศษ : I2 รุกตลาด SME เต็มสูบ ตั้งบริษัทย่อยเปิดเกม Digital Transformation ต่อยอดธุรกิจสู่การเติบโตรอบใหม่

I2 เดินหน้าขยายอาณาจักรธุรกิจครั้งสำคัญ ผ่านการตั้งบริษัทย่อยรุกตลาด SME ซึ่งเป็นฐานธุรกิจขนาดใหญ่ของประเทศ รองรับความต้องการระบบไอทีและโซลูชันพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแส Digital Transformation ที่กำลังเร่งตัว พร้อมสร้างแหล่งรายได้ใหม่และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศได้เปลี่ยนจาก "เครื่องมือสนับสนุน" มาเป็น "หัวใจ" ของการดำเนินธุรกิจในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นระบบเครือข่าย การบริหารข้อมูล ความปลอดภัยทางไซเบอร์ คลาวด์ ระบบบริหารองค์กร ไปจนถึงโซลูชันด้านพลังงานอัจฉริยะ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งกำลังเร่งลงทุนด้านดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคใหม่
ประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SME มากกว่า 3 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 99% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และสร้างการจ้างงานคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ขณะที่ภาครัฐยังเดินหน้าผลักดันนโยบาย Digital Economy และการยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผ่านเทคโนโลยี ส่งผลให้การลงทุนด้านระบบไอที โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล รวมถึงโซลูชันด้านพลังงาน มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า
เมกะเทรนด์ดังกล่าวกำลังเปิดโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญให้กับ บมจ.ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ (I2) หลังคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ "บริษัท พรีเมียร์ ซิสเท็มส์ โซลูชั่น จำกัด" เพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการออกแบบ วางระบบ จัดหา และติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงระบบด้านพลังงานสำหรับกลุ่มลูกค้า SME โดยเฉพาะ
การขยายธุรกิจครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ I2 ในการต่อยอดฐานลูกค้าจากเดิมที่มีความแข็งแกร่งในตลาดองค์กรขนาดใหญ่และโครงการภาครัฐ ไปสู่ตลาด SME ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่า และยังมีช่องว่างทางการตลาดอีกมาก เนื่องจากผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำ Digital Transformation และต้องการพันธมิตรที่สามารถให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวางระบบ การติดตั้ง การดูแลรักษา ไปจนถึงการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ธุรกิจในระยะยาว
จุดแข็งของ I2 คือประสบการณ์ในการออกแบบและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบสื่อสาร และระบบพลังงานให้กับองค์กรขนาดใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมีองค์ความรู้ บุคลากร และความเชี่ยวชาญที่สามารถนำมาต่อยอดสู่ตลาด SME ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถพัฒนาแพ็กเกจบริการที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจและงบประมาณของผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากการสร้างรายได้จากงานติดตั้งระบบแล้ว ตลาด SME ยังเปิดโอกาสให้ I2 สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านบริการดูแลและบำรุงรักษาระบบ การอัปเกรดซอฟต์แวร์ การบริหารโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที และบริการหลังการขาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของรายได้และลดความผันผวนจากการพึ่งพารายได้โครงการขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือ การบูรณาการโซลูชันด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับธุรกิจพลังงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเชี่ยวชาญของ I2 ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ระบบควบคุมอาคาร ระบบติดตามการใช้พลังงาน หรือโครงสร้างพื้นฐานรองรับพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้าน ESG และการลดต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอ Solution แบบครบวงจรที่สร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น
ฝ่ายบริหารมั่นใจว่าการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สนับสนุนให้รายได้ของ I2 เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 20% จากปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของตลาดและแผนการขยายธุรกิจ
ดังนั้นการรุกเข้าสู่ตลาด SME ไม่ใช่เพียงการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง New S-Curve ให้กับ I2 ผ่านตลาดที่มีขนาดใหญ่ มีความต้องการใช้งานเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น และมีโอกาสต่อยอดสู่รายได้ประจำในระยะยาว หากบริษัทสามารถใช้จุดแข็งด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันพลังงานครบวงจร ขยายฐานลูกค้าได้ตามแผน ก็มีโอกาสผลักดันการเติบโตของผลประกอบการในระยะยาว และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของบริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทยได้อย่างโดดเด่น