รายงานพิเศษ : EKH มั่นใจผลงานปีนี้โตกว่า 20% เปิด 3 โครงการ- สังคมสูงวัย - โรคNCDs วางเป้าให้บริการการแพทย์ครบวงจร

สังคมสูงวัย-ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และความต้องการบริการด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน หนุนไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์ในภูมิภาค ส่งผลดีต่อ บมจ. เอกชัยการแพทย์ (EKH) ผู้ประกอบธุรกิจสถานพยาบาลเอกชนในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตกว่า 20%
ชูปัจจัยบวกดันผลงานโตแกร่ง
นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร กรรมการและผู้อำนวยการ บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) ระบุว่า ปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจตามแผนที่ได้วางไว้ ทำให้ผลการดำเนินงานสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างแข็งแกร่ง หลักๆ มาจากจำนวนผู้เข้ารับบริการที่เพิ่มขึ้นของผู้ป่วยใน (IPD) ของโรงพยาบาลเอกชัย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้เข้ารับบริการที่ โรงพยาบาลคูน พระราม 2 และรายได้จากการเปิดศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดครบวงจร
เห็นได้จากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 81.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.04% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 62.81 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 339.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.08% เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 308.12 ล้านบาท
ล็อกเป้ารายได้ปีนี้โต 20%
บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการมองหาโอกาสในการให้บริการด้านสุขภาพใหม่ๆ รวมถึงลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อยกระดับการบริการทางการแพทย์ให้ครบวงจรเป็นการเพิ่มช่องทางสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยตั้งเป้าผลการดำเนินงานปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
ลุยเปิด 3 เรือธงใหม่ หนุนกำไร-รายได้โตสวย
ปี 2569 บริษัทฯ เตรียมเปิดให้บริการ 3 โครงการใหม่ คือ 1.อาคาร C โรงพยาบาลเอกชัย จำนวน 60 เตียง ซึ่งเป็นอาคารส่วนขยายเพื่อรองรับจำนวนผู้เข้ารับบริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น 2.โรงพยาบาลคูน อ่าวนาง ขนาด 33 เตียง เพื่อรักษาผู้ป่วยเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ และ 3.โรงพยาบาลบลูม ขนาด 50 เตียง เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนให้การเติบโตของรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จ่ายปันผลในอัตรา 0.30 บ./หุ้น
จากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ยังเป็นบวก คณะกรรมการบริษัทฯ จึงได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดปี 2568 และจากกำไรสะสมให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และให้กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดวันจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
โบรกฯแนะ“ซื้อ”ปรับเป้าราคาเป็น 6.30 บ./หุ้น
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเหมาะปีนี้ 6.30 บาท ประเมินแนวโน้มปี 2569-2570 คาดรายได้ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยปี 2569 มีปัจจัยหนุนจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากศูนย์โรคหัวใจและหลอดเลือดที่เปิดให้บริการในช่วงปลายไตรมาส 3/2568 และ มี 3 โครงการที่หนุนการเติบโต ได้แก่ โครงการอาคาร C ซึ่งเพิ่มเตียงจดทะเบียนอีก 60 เตียง รวมถึงโรงพยาบาลคูน อ่าวนาง ขนาด 33 เตียง และ โรงพยาบาลบลูม ขนาด 50 เตียง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ซึ่งมองว่าจะช่วยหนุนรายได้เพิ่มขึ้นราว 200 ล้านบาทต่อปี แต่คาดว่าในปีแรกของการเปิดดำเนินงานอาจจะยังมีผลขาดทุนก่อนและจะเริ่มสร้างกำไรได้ในปี 2570 เบื้องต้นประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 258 ล้านบาท -1.6% จากปีก่อน จากต้นทุนโรงพยาบาลใหม่ที่เพิ่มขึ้น แต่จะกลับมา + 10% จากปีก่อน เป็น 284 ล้านบาทในปี 2570
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีนโยบายเชิงรุกในการมองหาโอกาส M&A ในธุรกิจ Healthcare ที่เกี่ยวเนื่อง โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ซึ่งเป็น Upside ต่อประมาณการในระยะถัดไป ฝ่ายวิจัยฯ จึงปรับมูลค่าพื้นฐานปี 2569 จากเดิมที่ 5.95 เป็น 6.30 บาท ประเมินด้วยวิธี DCF ภายใต้สมมติฐาน WACC ที่ 8.1% ปรับสมมติฐาน Terminal Growth จาก 2% เป็น 2.5% มี Upside จากราคาปัจจุบัน 22% และบริษัทฯ ยังมีปันผลที่จูงใจที่ 5.8%