จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : PANEL ลุยธุรกิจเข้า JUMP+ ดันรายได้โต 3 ปีแตะ 400 ลบ. ยกระดับแข่งขันสู่เวทีภูมิภาค


20 มีนาคม 2569

PANEL ลุยธุรกิจเข้า JUMP+_รายงานพิเศษ (เว็บ)_0.jpg

บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของ ตลท. เสริมแกร่งทั้งกลยุทธ์ ธรรมาภิบาล และ ESG  ปักหมุดรายได้ 3 ปีแตะ 400 ล้านบาท  พร้อมอัพกำลังผลิต-ขยายตลาดต่างประเทศ     

นางจูเลีย ดับเบิ้ลยู เพ็ชญไพศิษฎ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เพเนเล่ส์มาติก โซลูชั่นส์ (PANEL) เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการ “JUMP+” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์กรในทุกมิติ ทั้งด้านกลยุทธ์ธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขัน ธรรมาภิบาล (Governance) และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG)

การเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ไม่เพียงเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโต แต่ยังช่วยให้บริษัทสามารถวาง “แผนธุรกิจระยะ 3 ปี (2569-2571)” ได้อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และสามารถวัดผลได้จริง โดยครอบคลุมทั้งแผนธุรกิจ แผนธรรมาภิบาล และแผนด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Strategy) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่

ซึ่งโครงการ JUMP+  มีบทบาทสำคัญในการช่วยกำหนดเป้าหมายทางการเงินอย่างชัดเจน ได้แก่

ปี 2569 รายได้ 220 ล้านบาท

ปี 2570 รายได้ 300 ล้านบาท

ปี 2571 รายได้ 400 ล้านบาท

การกำหนดเป้าหมายดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Step Growth) และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในด้านความสามารถในการขยายธุรกิจอย่างมีทิศทาง นอกจากนี้ JUMP+ ยังช่วยยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของบริษัท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน รวมถึงช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นในระยะยาว ภายใต้แผนที่วางไว้ บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนา “Total Solution” สำหรับกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยครอบคลุมทั้งระบบประตูอัตโนมัติ ระบบห้องผ่าตัด และโซลูชันด้านสุขภาพครบวงจร

ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางแผนขยายสาขาใหม่ในจังหวัดภูเก็ตภายในไตรมาส 1/2569 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ท่องเที่ยวและศูนย์กลางทางการแพทย์ระดับนานาชาติ และยังมีการขยายช่องทางการขายสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ (Online Channel Expansion) พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาและนำระบบ CRM มาใช้ในการบริหารทีมขายและ Pipeline เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดการขายและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนเป้าหมายการเติบโต คือ การเปิดโรงงานแห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมชุมนุมทรัพย์ จังหวัดปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 6 ไร่   โรงงานและเครื่องจักรใหม่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้ถึง 2.5-4 เท่า ซึ่งส่งผลเชิงบวกหลายด้าน ได้แก่

1.ลดต้นทุนการผลิต

2.เพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา

3.ลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์

4.รองรับการขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

การลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับแผนภายใต้ JUMP+ ที่เน้นการสร้าง “ศักยภาพรองรับการเติบโต (Scalability)” อย่างเป็นระบบ

ในด้านการขยายตลาด บริษัทเดินหน้าขยายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นตลาดศักยภาพ ได้แก่ ออสเตรเลีย อินเดีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย โดยเฉพาะตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีความต้องการสินค้าในระดับสูง และมีมาตรฐานด้านระบบสาธารณสุขที่เข้มงวด การที่ PANEL สามารถเจาะตลาดดังกล่าวได้ จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของบริษัทในระดับสากล

ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท และยังคงเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของงานประตูอัตโนมัติและระบบห้องผ่าตัด  Backlog ดังกล่าวจะเป็นฐานรายได้สำคัญในระยะสั้น ขณะที่โครงการใหม่ ๆ จะช่วยเติม Pipeline และสร้างการเติบโตในระยะกลางถึงยาว

ดังนั้นในมุมมองเชิงกลยุทธ์ การเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ถือเป็น “Catalyst” สำคัญที่ช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของ PANEL จากบริษัทที่อยู่ในช่วงขยายตัว ไปสู่บริษัทที่มีโครงสร้างการเติบโตที่ชัดเจนและยั่งยืน

ซึ่งมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่

1.การมี Roadmap การเติบโตที่ชัดเจน

2.การยกระดับมาตรฐาน ESG และธรรมาภิบาล

3.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับภูมิภาค

4.การสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน

จะทำให้ PANEL มีศักยภาพก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพครบวงจรในระดับภูมิภาค และมีโอกาสต่อยอดสู่เวทีระดับโลกในอนาคต