Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 27-02-2569 (THAI ลุยต่อ..หรือรอดูก่อน?)
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 27-02-2569 (THAI ลุยต่อ..หรือรอดูก่อน?)

27-02-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
ในจังหวะที่น่านฟ้าทั่วโลกกลับมาเปิดกว้างเต็มพิกัด และการท่องเที่ยวไทยกลายเป็น “เครื่องยนต์หลัก” เพียงหนึ่งเดียวที่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยพอจะฝากความหวังไว้ได้ หุ้นสายการบินที่กลับมาถูกพูดถึงมากที่สุดและเป็นที่จับตามองแบบวินาทีต่อวินาที คงหนีไม่พ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI สายการบินแห่งชาติที่เคยบอบช้ำหนักจนต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ
เจ๊จิ๋มบอกเลยนะคะว่า THAI คือหนึ่งในหุ้น Turnaround ที่น่าสนใจที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว แต่ความน่าสนใจที่ว่านี้ก็มาพร้อมกับระดับความเสี่ยงที่ "สูงปรี๊ด" ซึ่งนักลงทุนต้องยอมรับและทำความเข้าใจให้ได้ก่อนจะตัดสินใจ และคำถามใหญ่ที่นักลงทุนทุกคนอยากรู้ก็คือ... การกลับมาติดปีกครั้งนี้จะเป็นการบินยาวแบบพุ่งทะยานสู่ฟ้ากว้าง หรือเป็นเพียงแค่แรงส่งสุดท้ายจากแผนฟื้นฟูที่ใกล้จะจบลงกันแน่?
อย่างที่เจ๊จิ๋มพูดมาตลอดว่า...ถ้าเราจะมองหาเข็มทิศมาชี้ทิศทางให้ชัดเจน บทวิเคราะห์จากเหล่ากูรูโบรกเกอร์น่าจะเป็นสิ่งที่เชื่อใจได้มากที่สุดในยามนี้
เริ่มที่ บล.กรุงศรี มองว่า THAI ไม่ใช่ยักษ์หลับที่อ่อนแออีกต่อไป แต่กลายเป็นองค์กรที่ "ผอมเพรียว" หลังรีดไขมันคุมต้นทุนและปรับฝูงบินจนกำไรฟื้นตัวเร็วกว่าแผน โดยมีจุดเด่นคือยอดบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เส้นทางยุโรป-ญี่ปุ่นที่ยังแน่น ทำให้มูลค่ากิจการตอนกลับมาเทรด (Re-listing) มีลุ้นได้ราคาพรีเมียม แต่ต้องระวังเรื่องการแปลงหนี้เป็นทุนที่จะเกิด Dilution Effect หรือราคาเจือจางในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องอ่านเกมทุนให้ขาดก่อนคว้าตั๋วใบนี้ค่ะ
ในทางตรงกันข้าม บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) กลับให้มุมมองที่ต้อง "ระมัดระวัง" และแนะให้รอประเมินสถานการณ์รอบด้านก่อนตัดสินใจวู่วาม แม้จะยอมรับในความสำเร็จของการฟื้นฟูกิจการ แต่ทางกสิกรไทยให้ข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมการบินในปี 2569 กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ทั้งจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันที่กลับมาดุเดือดอีกครั้งจากสายการบินฝั่งตะวันออกกลางและสายการบินราคาประหยัดที่เร่งขยายฝูงบินเข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด นอกจากนี้ ภาระหนี้สินคงค้างที่แม้จะได้รับการปรับโครงสร้างแล้ว แต่ก็ยังเป็นตัวเลขที่ต้องใช้เวลาในการชำระคืนอีกมหาศาล
ขณะที่ บล.บัวหลวง เน้นมอง "เกมยาว" ถึงการขยายฐานธุรกิจผ่านแผนจัดหาฝูงบินใหม่ 45-80 ลำ เพื่อกลับมาเป็นฮับการบินภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างฐานรายได้ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมในอนาคต โดยมองว่า THAI เป็นหุ้น Turnaround ที่มีปัจจัยบวกชัดเจน ทั้งการปรับโครงสร้างทุนจนส่วนผู้ถือหุ้นพลิกเป็นบวกและการเตรียมปลดเครื่องหมายห้ามซื้อขาย แต่ก็มีข้อควรระวังเรื่องการส่งมอบเครื่องบินที่อาจล่าช้าจากปัญหาซัพพลายเชนโลก รวมถึงการบริหารคนให้ทันกับการเติบโตค่ะ
ฟังครบทั้งสามค่ายแล้ว เจ๊จิ๋มขอสรุปให้แฟนๆ แบบนี้ค่ะ... หุ้น THAI ในวันนี้ไม่ใช่หุ้นเก็งกำไรแบบลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป แต่มันก็ยังไม่ใช่หุ้นปลอดภัยหรือหุ้น Defensive ที่จะให้เราหลับตาถือยาวแบบไร้กังวลได้เต็มร้อย แต่มันคือหุ้นสำหรับคนที่เข้าใจวัฏจักรธุรกิจ เข้าใจโครงสร้างการเงิน และที่สำคัญคือต้องยอมรับความผันผวนของข่าวสารที่เข้ามากระทบได้ตลอดเวลา
หากคุณเป็นสาย “กล้าได้กล้าเสีย” รับความเสี่ยงสูงได้ และมีความเชื่อมั่นลึกๆ ว่าการท่องเที่ยวไทยจะเติบโตต่อไปได้อีกหลายปี การทยอยศึกษารายละเอียดการเพิ่มทุนหรือเตรียมตัวรับจังหวะการกลับมาซื้อขายใหม่อีกครั้งก็นับเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย เพราะถ้ากำไรนิ่งและพื้นฐานแกร่งจริง การที่ราคาหุ้นจะถูกประเมินมูลค่าใหม่ (Re-rate) ก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้เสมอ
แต่ถ้าคุณเป็นสาย “อนุรักษนิยม” ที่ชอบงบการเงินสะอาดๆ หนี้ต่ำๆ และโครงสร้างทุนที่ชัดเจนไร้กังวล เจ๊แนะนำว่าการรอให้ตลาดเปิดซื้อขายจริงไปสักระยะหนึ่ง เพราะบางครั้งการที่เราไม่ได้ซื้อหุ้นที่จุดต่ำสุด มันก็น่ากลัวน้อยกว่าการที่เราต้องไป “ติดดอย” เพียงเพราะความไม่ชัดเจนของข้อมูล
สุดท้ายนี้ เจ๊จิ๋มขอฝากไว้เป็นแง่คิดนะคะว่า ในโลกของตลาดหุ้น... ไม่มีไฟลท์บินตรงที่มุ่งหน้าไปสู่ความรวยแบบง่ายๆ มีแต่ต้องทำการบ้าน อ่านแผนการบินให้ละเอียด และตรวจสอบสภาพอากาศทางการเงินให้ดีก่อนจะก้าวขึ้นเครื่องเสมอ... เท่านั้นเองเจ้าคะ!