Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 26-02-2569 (เข้า ADVANC ตอนนี้จะติดดอยไหม?)


26 กุมภาพันธ์ 2569
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 26-02-2569 (เข้า ADVANC ตอนนี้จะติดดอยไหม?)

เข้า ADVANC_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

หลังราคาหุ้น ADVANC (บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส) พุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) แตะระดับ 410 บาทต่อหุ้น ก็เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั้งตลาดพร้อมคำถามที่ตามมาเป็นชุด ทั้งราคาจะไปต่อได้ถึงไหน? แพงเกินไปหรือเปล่า? ถึงจุดที่ต้องขายทำกำไรแล้วหรือยัง? หรือแม้แต่คำถามยอดฮิตว่า... ถ้าเข้าตอนนี้จะติดดอยไหม?

เมื่อมีคำถามย่อมต้องมีคำตอบ วันนี้เจ๊จิ๋มจะขอพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ADVANC ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้เห็นภาพชัดๆ ว่าอะไรคือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริง

ก่อนอื่นต้องบอกว่า ใครที่ติดตาม ADVANC มาตลอดจะรู้ดีว่าความร้อนแรงรอบนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสเก็งกำไรระยะสั้น แต่มีรากฐานมาจาก "กำไรที่เติบโตจริง" และ "กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง" โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ที่เริ่มผลิดอกออกผลชัดเจนในปี 2569 นี้ หลังจากผลประกอบการปี 2568 บริษัทโชว์กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 37% แตะระดับ 47,886 ล้านบาท สร้างสถิติใหม่ในแบบที่หลายคนคาดไม่ถึง

แน่นอนว่าธุรกิจมือถือซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ ADVANC เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง หลังรายได้ขยับขึ้น 5.8% ตามการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ผู้ใช้ 5G ทะลุ 17.9 ล้านราย กลายเป็นฐานลูกค้าที่สร้างรายได้คุณภาพให้บริษัท ที่สำคัญคือการควบรวมบรอดแบนด์กับ 3BB ทำให้กลยุทธ์ Fixed-Mobile Convergence หรือการขายแพ็กเกจมือถือควบอินเทอร์เน็ตบ้าน เริ่มออกดอกออกผล ลูกค้ากลุ่มนี้มี ARPU สูงขึ้น และมีความภักดีต่อแบรนด์มากกว่าเดิม

อีกหนึ่งจุดที่หลายคนอาจมองข้ามคือ “ต้นทุนที่ลดลง” โดยเฉพาะค่าเช่าคลื่นความถี่บางส่วนที่หมดสัญญา ทำให้อัตรากำไรขยายตัวชัดเจน บวกกับการบริหารโครงข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ ADVANC ไม่ได้โตแค่รายได้ แต่โตที่คุณภาพกำไรด้วย

ส่วนถ้าจะมองไปเรื่องอนาคต...เจ๊จิ๋มคิดว่าเราใช้มุมมองของโบรกเกอร์น่าจะดูเป็นกลางที่สุด เนื่องจากภาพรวมที่ออกมาค่อนข้างเป็นเอกภาพ...คือยังมองบวกและปรับราคาเป้าหมายขึ้นแทบทั้งหมด

เริ่มจากฝั่งของ บล. ธนชาต ให้มุมมองเชิงบวกที่สุด ปรับเป้าหมายไปถึง 410 บาท พร้อมคำแนะนำ Outperform โดยมองว่า ADVANC กำลังเปลี่ยนผ่านจากโอเปอเรเตอร์สื่อสาร ไปสู่ “Cognitive Tech-Co” เต็มตัว ธุรกิจ Data Center และการร่วมทุน Virtual Bank ในนามคลิกซ์ แบงก์ จะกลายเป็น New S-Curve ที่ตลาดยังให้มูลค่าไม่เต็มที่ ที่สำคัญคือบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลสูงถึง 95-96% ของกำไรสุทธิ กลายเป็นหุ้น Defensive ที่ให้ผลตอบแทนเงินสดโดดเด่นในยุคตลาดผันผวน

ทางด้าน บล. กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 390 บาท แม้ยอมรับว่าปี 2569 อัตราการเติบโตอาจชะลอลงจากฐานกำไรที่สูงมากในปีก่อน แต่ยังคาดกำไรโตต่อ 8-10% จากการปรับขึ้นราคาแพ็กเกจ และลดการอุดหนุนค่าเครื่องมือถือ จุดแข็งคือ Dividend Yield ที่คาดว่าสูงกว่า 4.3% ซึ่งดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ

ส่วนทาง บล. เคจีไอ ให้เป้าหมาย 366 บาท มองว่าราคาหุ้นสะท้อนข่าวดีไปบางส่วนแล้ว แต่ตลาดยังประเมินประสิทธิภาพการลดต้นทุนต่ำเกินไป โดยเฉพาะการใช้ AI บริหารโครงข่ายและทรัพยากร นอกจากนี้ การจ่ายปันผลพิเศษช่วงต้นปี 2569 ยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ต่างชาติกลับมาเพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน ADVANC อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน...คำถามที่ว่า ADVANC จะไปได้ไกลแค่ไหนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า คำตอบที่ได้อาจไม่ได้อยู่ที่จำนวนซิมการ์ดอีกต่อไปแล้ว...แต่อยู่ที่ความสำเร็จของธุรกิจใหม่ที่บริษัทกำลังเดินหน้าอยู่ในขณะนี้

เริ่มต้นจากการลงทุน Data Center ที่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง GULF และ Singtel ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทมองไกลกว่าแค่ค่าบริการมือถือ เพราะโลกยุค AI และ Cloud ต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ ใครถือสินทรัพย์ตรงนี้ได้ก่อน ย่อมมีอำนาจต่อรองและโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวสูงกว่า

ขณะเดียวกัน การรุกเข้าสู่ Virtual Banking ก็เป็นอีกก้าวที่น่าสนใจ เพราะ ADVANC มีฐานลูกค้าหลายสิบล้านราย ถ้าสามารถต่อยอดบริการทางการเงินบนแพลตฟอร์มดิจิทัลได้สำเร็จ นั่นหมายถึงการเพิ่มรายได้ต่อหัวโดยไม่ต้องลงทุนสร้างฐานลูกค้าใหม่ตั้งแต่ศูนย์

แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะดีหรือสวยงามตลอดเวลา...เนื่องจากในระยะสั้น ADVANC ยังต้องจับตาการรักษา ARPU (Average Revenue Per User : รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานหรือลูกค้าหนึ่งรายต่อช่วงเวลาที่กำหนด) ให้อยู่ในระดับสูงต่อไป การควบคุมงบลงทุนให้อยู่ในกรอบ 30,000-35,000 ล้านบาทต่อปี และการบริหารต้นทุนในยุคที่การแข่งขันด้านราคาอาจกลับมารุนแรงได้เสมอ แต่หากบริษัทรักษาวินัยทางการเงินและอัตรากำไรในระดับ New High ได้ต่อเนื่อง ราคา 400 บาทขึ้นไปก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

หากมองในมุมของเจ๊จิ๋ม...เจ๊มองว่า ADVANC วันนี้ไม่ใช่หุ้นเก็งกำไรที่เน้นเข้าไวออกไว แต่เป็นหุ้นที่เหมาะกับการถือยาวเพื่อรับปันผลและรอเก็บเกี่ยวการเติบโตจากธุรกิจใหม่ การใช้กลยุทธ์เข้าสะสมในจังหวะที่ราคาย่อตัวอย่างสมเหตุสมผลจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

ตราบใดที่ ADVANC ยังเป็นเจ้าตลาดสื่อสารไทยและกำลังขยายร่างไปสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับประเทศ หุ้นตัวนี้ก็ยังมีเรื่องราวให้เราติดตามกันอีกยาว 

ดังนั้นคำถามสำคัญในวันนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ว่า "จะไปได้ไกลแค่ไหน" แต่อยู่ที่ว่า "ใครจะมีความอดทนพอที่จะเดินไปกับเขาตลอดเส้นทางขาขึ้นรอบใหม่นี้" มากกว่านั่นเองเจ้าค่ะ!