Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 16-07-2569 (จัดลำดับหุ้นพลังงาน...ใครคือตัวจริง?)

จากสถานการณ์ความไม่สงบในแถบอ่าวเปอร์เซียกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นแตะ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ "หุ้นพลังงาน" ขยับราคาขึ้นตอบสนองทันทีจากความกังวลว่าปริมาณน้ำมันในตลาดโลกอาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะหากเหตุการณ์ลุกลามไปกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
เจ๊จิ๋มมองว่า หากแบ่งหุ้นพลังงานตามลักษณะธุรกิจ จะเห็นภาพชัดว่ามีทั้ง "ผู้ชนะโดยตรง" และ "ผู้ชนะทางอ้อม" ซึ่งต่างก็มีจังหวะลงทุนที่น่าสนใจ
ผู้ชนะอันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้น PTTEP เพราะเป็นธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือกลุ่มพลังงานต้นน้ำ ที่ยิ่งราคาน้ำมันสูง รายได้และกำไรก็ยิ่งมีโอกาสเติบโตตามไปด้วย จึงถือเป็นหุ้นที่ตอบรับกับราคาน้ำมันได้ดีที่สุดในตลาดหุ้นไทย
หลายสำนักวิจัยยังคงยกให้ PTTEP เป็นหุ้น Defensive ที่เหมาะถือในช่วงสงครามหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยกูรูหุ้นมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการหากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า หากสถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังไม่คลี่คลาย PTTEP จะยังเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ
แต่ถ้าใครชอบหุ้นที่ลุ้นกำไรจากการฟื้นตัวของธุรกิจ เจ๊จิ๋มมองว่า กลุ่มโรงกลั่น กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
นอกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนหุ้นโรงกลั่นคือค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ (Singapore GRM) ที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จนทะลุระดับกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดหวังผลประกอบการที่ดีขึ้นของผู้ประกอบการโรงกลั่นในไตรมาสนี้
หุ้นเด่นของกลุ่มคงหนีไม่พ้น TOP เพราะนอกจากจะได้อานิสงส์จากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวแล้ว ยังมีโอกาสบันทึกกำไรจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Gain) หลังราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ TOP จัดเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มโรงกลั่น และแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ Trading ตามกรอบ โดยมีแนวต้านระยะสั้นบริเวณ 54-55 บาท ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์หลายสำนักที่เชื่อว่าหุ้นโรงกลั่นจะกลับมาเป็นกลุ่มนำตลาด หากค่าการกลั่นยังยืนอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้ยังมี SPRC และ BCP เป็นอีกสองหุ้นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของค่าการกลั่น โดยการขยายตัวของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันจะช่วยหนุนกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ทั้งสองบริษัทเหมาะสำหรับการเก็งกำไรตามรอบราคาน้ำมัน
ส่วนหุ้นแม่อย่าง PTT แม้จะไม่ได้รับผลบวกโดยตรงเท่า PTTEP แต่ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ทำให้ทุกครั้งที่เม็ดเงินไหลเข้าหุ้นพลังงาน PTT ก็มักเป็นหนึ่งในหุ้นที่นักลงทุนเลือกสะสม และยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันดัชนี SET
ขณะที่หุ้นปิโตรเคมีอย่าง PTTGC และ IRPC ก็เริ่มกลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนเช่นกัน หากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูง และเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะจีนเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวของอุปสงค์
อย่างไรก็ตาม เจ๊จิ๋มอยากเตือนมิตรรักนักลงทุนว่า การเก็งกำไรหุ้นพลังงานรอบนี้เป็นการเล่นตาม Sentiment ของตลาด แม้เป็นธีมที่ให้ผลตอบแทนสูงก็จริง แต่ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน หากวันใดมีข่าวการเจรจาหยุดยิง ความขัดแย้งคลี่คลาย หรือสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่ทำให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลดลง ราคาน้ำมันก็สามารถปรับฐานได้อย่างรวดเร็ว และย่อมส่งผลต่อราคาหุ้นพลังงานทันที
ดังนั้น กลยุทธ์ที่เจ๊จิ๋มแนะนำในช่วงนี้คือ “ย่อซื้อ...ไล่ขายตามกรอบ" มากกว่าการถือยาว พร้อมกำหนดจุด Stop Loss ให้ชัดเจน เพราะตลาดรอบนี้ขับเคลื่อนด้วยข่าวและอารมณ์ของนักลงทุนเป็นหลัก
สุดท้ายนี้ เจ๊จิ๋มอยากฝากไว้ว่า "สงครามอาจเป็นข่าวร้ายของโลก แต่ในตลาดหุ้น มักมีผู้ชนะซ่อนอยู่เสมอ" หน้าที่ของนักลงทุนคือเลือกให้ถูกกลุ่ม เลือกให้ถูกจังหวะ และรู้จักพอเมื่อถึงเวลาทำกำไร เพราะในโลกของการลงทุน ไม่มีหุ้นตัวไหนขึ้นได้ตลอดไป...แม้แต่หุ้นพลังงานก็ตาม