Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-02-2569 (คำถามคาใจ CPALL CPAXT CPF TRUE หุ้นเจ้าสัว...ตัวไหนเป็นของจริง!)
24 กุมภาพันธ์ 2569
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 24-02-2569 (คำถามคาใจ CPALL CPAXT CPF TRUE หุ้นเจ้าสัว...ตัวไหนเป็นของจริง!)

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
มีหลายคนถามเจ๊จิ๋มมาตลอดว่าในบรรดาหุ้นเครือเจริญโภคภัณฑ์ ของเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ หรือที่เรียกกันว่า “จ้าวสัว” ซึ่งประกอบไปด้วย CPALL, CPAXT, CPF และ TRUE ที่แม้จะอยู่ใต้ร่มเงาเจ้าสัวคนเดียวกัน แต่...ตัวไหนเป็นของจริง ???
แน่นอนว่าสำหรับคำตอบนี้ ถ้าเจ๊จิ๋มตอบเอง...คำตอบที่ได้จากเจ๊ก็อาจจะเป็นการเลือกที่รักมักที่ชังจนเกินไป
เอาเป็นว่าเพื่อความเป็นกลาง...เจ๊จิ๋มขอตอบโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์จากหลายสำนักมาเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน...
เริ่มจากพี่ใหญ่ร้านสะดวกซื้ออย่าง CPALL เจ้าของ 7-Eleven รายนี้ยังคงได้รับน้ำหนักเชิงบวกจาก บล.กสิกรไทย ที่มองกำไรปี 2568–2569 จะเติบโตเฉลี่ย 8–12% ต่อปี แรงหนุนมาจากยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัวตามการบริโภคในประเทศ บวกกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการผลักดันสินค้ามาร์จิ้นสูงอย่างกลุ่มอาหารพร้อมทาน (RTE) ซึ่งถือเป็น “เครื่องพิมพ์กำไร” เมื่อเสริมด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังยืนได้แถว 22–23% อย่างแข็งแกร่ง
รายนี้ บล.หยวนต้า มองว่า CPALL คือหุ้นเชิงคุณภาพของกลุ่ม เพราะมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ภาระหนี้ทยอยลดลง และมีอำนาจต่อรองสูงในห่วงโซ่อุปทาน ยิ่งเศรษฐกิจฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป หุ้นลักษณะนี้ยิ่งได้เปรียบ จึงไม่แปลกที่หลายสำนักยังยกให้เป็น “ตัวหลักประจำพอร์ต” สำหรับสายถือยาวที่เน้นเสถียรภาพมากกว่าความหวือหวา
ตัดภาพมาที่ CPAXT เจ้าของ Makro และ Lotus’s หลังรายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 520,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพเศรษฐกิจฐานรากได้ค่อนข้างชัดเจน ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
บทวิเคราะห์ของ บล.ทรีนีตี้ ประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าด้วยแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกของ Lotus’s ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ขณะเดียวกันต้นทุนการบริหารสาขาก็ยังอยู่ในระดับสูง
แม้อัตรากำไรจะไม่ได้โดดเด่นมาก แต่ก็มีความสม่ำเสมอ จุดท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การผสานโมเดลค้าส่งและค้าปลีกให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งต้องอาศัยเวลาและการพิสูจน์ผลลัพธ์ในระยะต่อไป นักลงทุนจึงควรอ่านงบการเงินให้ขาด มากกว่าฟังเพียงกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นเจ้าค่ะ
สำหรับ CPAXT รายนี้...เจ๊จิ๋มมองว่ายังเป็นหุ้นที่ “ต้องพิสูจน์ตัวเอง” อีกระยะ ใครใจร้อนอาจอึดอัด แต่ใครมองยาวและเชื่อในการปรับโครงสร้าง ก็อาจมองเป็นจังหวะสะสมแบบไม่ต้องรีบค่ะ
ส่วนทางสายเกษตรอุตสาหกรรมอย่าง CPF ที่ปีนี้กลับมาอยู่ในเรดาร์นักเก็งกำไรอีกครั้ง วัฏจักรราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมูและไก่ที่ฟื้นตัวทั่วภูมิภาค ผสานกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ทำให้มาร์จิ้นฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดอย่างชัดเจน บล.หยวนต้าประเมินว่ากำไรปี 2568–2569 จะเติบโตโดดเด่นจากฐานที่ต่ำ ขณะที่บล.กสิกรไทยก็ให้มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไร
ด้วยเหตุนี้ CPF จึงถูกวางตำแหน่งเป็น “Turnaround Story” ที่ชัดเจนที่สุดในกลุ่ม รอบนี้ไม่ใช่แค่กำไรดีขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นการฟื้นตัวทั้งวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม หุ้นลักษณะนี้มักเคลื่อนไหวแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานในช่วงข่าวดี และผันผวนไม่แพ้กันเมื่ออารมณ์ตลาดเปลี่ยน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่เข้าใจจังหวะและรับความเสี่ยงได้
ส่วน TRUE เพิ่งรายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 164,800 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากปีก่อน แต่มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาส 4 ปี 2568 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการควบรวมกิจการเริ่มเห็นผลจริงในงบการเงิน
ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้ และ บล.หยวนต้า มองตรงกันว่าการควบรวมกับ DTAC ทำให้การลดต้นทุนซ้ำซ้อนเริ่มชัดเจน แม้รายได้ยังไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่กำไรสุทธิปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การกลับมาจ่ายปันผลยิ่งตอกย้ำภาพการฟื้นตัว TRUE จึงเปลี่ยนบทบาทจากหุ้นขาดทุนสะสม มาเป็นหุ้นที่มีเรื่องราวของกระแสเงินสดและโอกาสปันผลในอนาคต สำหรับนักลงทุนที่มองการฟื้นตัวระยะกลางถึงยาว หุ้นตัวนี้มีเสน่ห์ไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเริ่มให้ค่ากับ “กำไรจริง” มากกว่า “ความหวังลอย ๆ”
หากสรุปจากบทวิเคราะห์ทั้งหมดก็ต้องบอกว่า ถ้าเอาความนิ่งและคุณภาพ CPALL ยังยืนหนึ่งแบบไม่ต้องสงสัย ถ้าเอาความแรงของรอบกำไร CPF น่าตื่นเต้นสุดในเชิงวัฏจักร ส่วน TRUE คือม้ามืดสายฟื้นตัวที่เริ่มมีของจริงให้เห็น ขณะที่ CPAXT ยังต้องใช้เวลาและบทพิสูจน์
เอาเป็นว่าถ้าจะพูดกันแบกลางๆ คำถามในปี 2569 จึงไม่ใช่ปีที่จะมาถามว่า “หุ้นซีพีดีไหม” แต่ต้องถามให้ถูกว่า “จังหวะของใครมาถึงแล้ว”
คำตอบนั้น…อยู่ในงบการเงินและบทวิเคราะห์ที่บอกว่านักลงทุนต้องอ่านให้ขาด มากกว่าฟังเพียงเสียงลือในตลาดหุ้น เรื่องก็มีเท่านี้เองเจ้าค่ะ

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
มีหลายคนถามเจ๊จิ๋มมาตลอดว่าในบรรดาหุ้นเครือเจริญโภคภัณฑ์ ของเจ้าสัวธนินทร์ เจียรวนนท์ หรือที่เรียกกันว่า “จ้าวสัว” ซึ่งประกอบไปด้วย CPALL, CPAXT, CPF และ TRUE ที่แม้จะอยู่ใต้ร่มเงาเจ้าสัวคนเดียวกัน แต่...ตัวไหนเป็นของจริง ???
แน่นอนว่าสำหรับคำตอบนี้ ถ้าเจ๊จิ๋มตอบเอง...คำตอบที่ได้จากเจ๊ก็อาจจะเป็นการเลือกที่รักมักที่ชังจนเกินไป
เอาเป็นว่าเพื่อความเป็นกลาง...เจ๊จิ๋มขอตอบโดยอ้างอิงบทวิเคราะห์จากหลายสำนักมาเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจน...
เริ่มจากพี่ใหญ่ร้านสะดวกซื้ออย่าง CPALL เจ้าของ 7-Eleven รายนี้ยังคงได้รับน้ำหนักเชิงบวกจาก บล.กสิกรไทย ที่มองกำไรปี 2568–2569 จะเติบโตเฉลี่ย 8–12% ต่อปี แรงหนุนมาจากยอดขายสาขาเดิมที่ฟื้นตัวตามการบริโภคในประเทศ บวกกับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการผลักดันสินค้ามาร์จิ้นสูงอย่างกลุ่มอาหารพร้อมทาน (RTE) ซึ่งถือเป็น “เครื่องพิมพ์กำไร” เมื่อเสริมด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังยืนได้แถว 22–23% อย่างแข็งแกร่ง
รายนี้ บล.หยวนต้า มองว่า CPALL คือหุ้นเชิงคุณภาพของกลุ่ม เพราะมีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ภาระหนี้ทยอยลดลง และมีอำนาจต่อรองสูงในห่วงโซ่อุปทาน ยิ่งเศรษฐกิจฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป หุ้นลักษณะนี้ยิ่งได้เปรียบ จึงไม่แปลกที่หลายสำนักยังยกให้เป็น “ตัวหลักประจำพอร์ต” สำหรับสายถือยาวที่เน้นเสถียรภาพมากกว่าความหวือหวา
ตัดภาพมาที่ CPAXT เจ้าของ Makro และ Lotus’s หลังรายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้รวม 520,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 9,356 ล้านบาท ลดลง 11.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนภาพเศรษฐกิจฐานรากได้ค่อนข้างชัดเจน ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
บทวิเคราะห์ของ บล.ทรีนีตี้ ประเมินอย่างตรงไปตรงมาว่าด้วยแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนแรง ทำให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกของ Lotus’s ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ขณะเดียวกันต้นทุนการบริหารสาขาก็ยังอยู่ในระดับสูง
แม้อัตรากำไรจะไม่ได้โดดเด่นมาก แต่ก็มีความสม่ำเสมอ จุดท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การผสานโมเดลค้าส่งและค้าปลีกให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งต้องอาศัยเวลาและการพิสูจน์ผลลัพธ์ในระยะต่อไป นักลงทุนจึงควรอ่านงบการเงินให้ขาด มากกว่าฟังเพียงกระแสข่าวลือในตลาดหุ้นเจ้าค่ะ
สำหรับ CPAXT รายนี้...เจ๊จิ๋มมองว่ายังเป็นหุ้นที่ “ต้องพิสูจน์ตัวเอง” อีกระยะ ใครใจร้อนอาจอึดอัด แต่ใครมองยาวและเชื่อในการปรับโครงสร้าง ก็อาจมองเป็นจังหวะสะสมแบบไม่ต้องรีบค่ะ
ส่วนทางสายเกษตรอุตสาหกรรมอย่าง CPF ที่ปีนี้กลับมาอยู่ในเรดาร์นักเก็งกำไรอีกครั้ง วัฏจักรราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมูและไก่ที่ฟื้นตัวทั่วภูมิภาค ผสานกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ทำให้มาร์จิ้นฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดอย่างชัดเจน บล.หยวนต้าประเมินว่ากำไรปี 2568–2569 จะเติบโตโดดเด่นจากฐานที่ต่ำ ขณะที่บล.กสิกรไทยก็ให้มุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไร
ด้วยเหตุนี้ CPF จึงถูกวางตำแหน่งเป็น “Turnaround Story” ที่ชัดเจนที่สุดในกลุ่ม รอบนี้ไม่ใช่แค่กำไรดีขึ้นเล็กน้อย แต่เป็นการฟื้นตัวทั้งวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม หุ้นลักษณะนี้มักเคลื่อนไหวแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานในช่วงข่าวดี และผันผวนไม่แพ้กันเมื่ออารมณ์ตลาดเปลี่ยน จึงเหมาะกับนักลงทุนที่เข้าใจจังหวะและรับความเสี่ยงได้
ส่วน TRUE เพิ่งรายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 164,800 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากปีก่อน แต่มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาส 4 ปี 2568 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการควบรวมกิจการเริ่มเห็นผลจริงในงบการเงิน
ทั้งนี้ บล.ทรีนีตี้ และ บล.หยวนต้า มองตรงกันว่าการควบรวมกับ DTAC ทำให้การลดต้นทุนซ้ำซ้อนเริ่มชัดเจน แม้รายได้ยังไม่ได้เติบโตหวือหวา แต่กำไรสุทธิปรับดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การกลับมาจ่ายปันผลยิ่งตอกย้ำภาพการฟื้นตัว TRUE จึงเปลี่ยนบทบาทจากหุ้นขาดทุนสะสม มาเป็นหุ้นที่มีเรื่องราวของกระแสเงินสดและโอกาสปันผลในอนาคต สำหรับนักลงทุนที่มองการฟื้นตัวระยะกลางถึงยาว หุ้นตัวนี้มีเสน่ห์ไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเริ่มให้ค่ากับ “กำไรจริง” มากกว่า “ความหวังลอย ๆ”
หากสรุปจากบทวิเคราะห์ทั้งหมดก็ต้องบอกว่า ถ้าเอาความนิ่งและคุณภาพ CPALL ยังยืนหนึ่งแบบไม่ต้องสงสัย ถ้าเอาความแรงของรอบกำไร CPF น่าตื่นเต้นสุดในเชิงวัฏจักร ส่วน TRUE คือม้ามืดสายฟื้นตัวที่เริ่มมีของจริงให้เห็น ขณะที่ CPAXT ยังต้องใช้เวลาและบทพิสูจน์
เอาเป็นว่าถ้าจะพูดกันแบกลางๆ คำถามในปี 2569 จึงไม่ใช่ปีที่จะมาถามว่า “หุ้นซีพีดีไหม” แต่ต้องถามให้ถูกว่า “จังหวะของใครมาถึงแล้ว”
คำตอบนั้น…อยู่ในงบการเงินและบทวิเคราะห์ที่บอกว่านักลงทุนต้องอ่านให้ขาด มากกว่าฟังเพียงเสียงลือในตลาดหุ้น เรื่องก็มีเท่านี้เองเจ้าค่ะ