Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-02-2569 (“ภูมิใจไทย” มา! เล่นหุ้นตัวไหนดูตรงนี้เลย!)


09 กุมภาพันธ์ 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 09-02-2569 (“ภูมิใจไทย” มา! เล่นหุ้นตัวไหนดูตรงนี้เลย!)

Gossip Station “ภูมิใจไทย”มา! 1-1_0.jpg

09-02-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม  www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ 

***เจ๊ทายใจนักลงทุนว่าตอนนี้ทุกคน คงอยากจะรู้ว่าถ้า “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หุ้นกลุ่มไหนจะได้รับประโยชน์ และถ้าเลือกเป็นหุ้นตัวไหน..ควรจะเป็นตัวไหน???? มาอ่านที่คอลัมน์ของเจ๊เลยค่ะ..มีคำตอบ!!!

***อย่างแรกที่เราต้องย้อนไปดูคือ จากการแถลงนโยบายของ พรรคภูมิใจไทย เน้นเรื่อง กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น:

-ขยายโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อประชาชน

-สนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียว และการจ้างงาน

-ค่าไฟฟ้าที่ลดลง

-สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการค้าแบบ barter เพื่อดันสินค้าเกษตรและเทคโนโลยีใหม่ ๆ

***จากการรวบรวมข้อมูล เจ๊พบว่า “กลุ่มหุ้นได้ประโยชน์โดยตรง” แบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ

1.โครงสร้างพื้นฐาน & ก่อสร้าง

-STECON — รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนภาครัฐ

-บ.รับเหมาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้างโครงการรัฐ)

2.พลังงานและน้ำมัน

-PTG — ค้าปลีกน้ำมันได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศ

-PRM — น้ำมัน/ปิโตรเคมี

3.กอง REIT / อสังหาฯ

-กลุ่มอสังหาฯที่ได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค

4.เทคโนโลยีและ log-tech / ตัวกลางดิจิทัล

-บริษัทระบบ GPS, ICT ที่สนับสนุน e-commerce และแพลตฟอร์มต่าง ๆ

***ส่วนกลยุทธ์ลงทุนแบ่งตามช่วงเวลา เริ่มที่ระยะสั้น (1–3 เดือน)

-นโยบายกระตุ้นกำลังซื้อเริ่มใช้งานจริง → เล่นหุ้น Consumer Staples / รายย่อยค้าปลีก / พลังงาน

-ตั้ง stop-loss ไว้เข้มข้น เพราะตลาดอาจแกว่งตามข่าวการจัดตั้งรัฐบาล (ค่าเงินบาท ผันผวน)

***โดยสรุปกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจคือ

-หุ้นค้าปลีกยอดนิยม

-น้ำมันและสถานีบริการ

-ก่อสร้างรับเหมารัฐ

กลยุทธ์นี้เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงและติดตามข่าวการเมืองทุกวัน

***ระยะกลาง (6–12 เดือน)

-เลือกหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ เทคโนโลยีพื้นฐาน

-ติดตามงบและโครงการส่งเสริมจากรัฐบาลอย่างใกล้ชิด

-ใช้ การวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน (Fundamental) เช่น P/E, ROE เพื่อเลือกตัวที่รายได้เติบโตจริง

ธีม: EV / พลังงานสะอาด / ICT / โครงสร้างพื้นฐาน

***ส่วนระยะยาว (1–3 ปี)
เอาเป็นว่ารู้ไว้ไม่เสียหาย..เพราะมันใช้เวลานานจริงๆ ถึงตอนนี้ไม่รู้ว่าจะมีปัจจัยใดเข้ามาแทรกจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง
หุ้นที่แนะนำจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลเชิงโครงสร้างจากนโยบายรัฐบาล เช่น:

-EV + สิ่งแวดล้อม

-พลังงานทดแทน

-ศูนย์โลจิสติกส์

-โรงพยาบาลและบริการสูงวัย (megatrend ภาคสังคมสูงอายุ)

ตัวเลือกระยะยาวควรมีพื้นฐานแข็งแรง, งบเติบโตต่อเนื่อง, สถานะหนี้ไม่สูง

***คำถามต่อมา..เจ๊ขอเดาใจนักลงทุนว่าอยากให้ช่วยโฟกัสชัดๆ ได้มั้ยว่าเป็นหุ้นตัวไหนดี  ^__^ มีคำตอบค่ะ!!! ชัดๆ เลย จากที่ถามกูรูมามีอยู่สองตัวคือ STECOM และPTG

***เริ่มที่ STECON หุ้นตัวนี้จะได้รับอานิสงส์งานก่อสร้างโครงการรัฐ

-Forward P/E ≈ 11.9 x (คาดกำไรปีหน้า) ถือว่าอยู่ในระดับไม่แพง เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมก่อสร้างที่อาจแพงกว่าเฉลี่ยพื้นที่เดียวกัน (

-Debt/Equity ~0.5 ถือว่ายังควบคุมระดับหนี้ได้ ไม่หนักหน่วงเมื่อเทียบกับหลายหุ้นก่อสร้าง 

-ROE ยังติดลบตอนนี้ แปลว่าบริษัท ยังไม่มีกำไรสุทธิช่วงที่ผ่านมา แต่คาดการณ์ Turnaround ในงบถัดไปจากงานใหม่ ๆ

***PTG หุ้นพลังงานค้าปลีกน้ำมัน + Non-Oil

-P/E ~13.9 – 14.0 x อยู่ในเกณฑ์ปานกลางสำหรับหุ้นพลังงานในไทย 

-เงินปันผล ~4.4 % ให้ yield ดีสำหรับลงทุนระยะกลาง-ยาว

-รายได้เติบโตต่อเนื่องจากทั้งน้ำมันและธุรกิจ Non-Oil  

*** แต่วันนี้เจ๊ขอปิดท้ายด้วยการสะกิดให้แฟนคลับรู้ว่ามี “ความเสี่ยง”สำคัญที่ต้องจับตา อย่าเพิ่งวางใจเพราะตลาดหุ้นมันขึ้นเร็ว-ลงเร็ว พวกเราต้องจับตาทุกการเคลื่อนไหว

✔ ความไม่แน่นอนของการจัดตั้งรัฐบาลและเสถียรภาพเสียงในสภาฯ


✔ อัตราดอกเบี้ยและทิศทางเงินบาทหลังเลือกตั้ง


✔ การตอบสนองของต่างชาติในการลงทุนและดัชนีต่างประเทศ


✔ ภาวะฟันด์โฟลว์ (เงินทุนไหลเข้า–ออกตลาด)