จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : LEO ติดเรดาร์นักลงทุน ESG ก.ล.ต.เตรียมเปิดทาง Thai ESG ดันหุ้นกลุ่ม JUMP+


03 กุมภาพันธ์ 2569


LEO_S2T (เว็บ)_0.jpg

บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์  (LEO) รับอานิสงส์ร่วมโครงการ JUMP+ หลังก.ล.ต.ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG  คาด มีผลบังคับใช้ มี.ค. 69 นี้

“ธรรมาภิบาล”เป็นหัวใจหลักที่สำคัญในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ  ซึ่งหน่วยงานด้านกำกับของไทยเองก็ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ และล่าสุด

คณะกรรมการกำกับตลาดทุน  มีมติเห็นชอบหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG โดยเพิ่มหุ้นของ บจ. ที่เข้าร่วมโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และต้องได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า เป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้

เพื่อสนับสนุนการยกระดับธรรมาภิบาลของ บจ. ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์และประกาศที่เกี่ยวข้อง คาดว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับในเดือน มี.ค. 2569

ทั้งนี้กองทุนรวม Thai ESG นับเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 กองทุนรวม Thai ESG (รวม Thai ESGX) มีจำนวน 77 กองทุน ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ประมาณ 103,146 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 249 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567

หลักทรัพย์ที่กองทุนรวม Thai ESG สามารถลงทุนได้ในปัจจุบัน ประกอบด้วย หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) หรือที่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผ่านการทวนสอบ หรือที่มีธรรมาภิบาลดีเลิศและเปิดเผยแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (corporate value up plan) รวมทั้งตราสารหนี้และโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนกลุ่มความยั่งยืน ตลอดจนหน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG         

ขณะที่โครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ บจ. จัดทำและดำเนินการตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัท ซึ่งรวมถึงแผนเพื่อยกระดับด้านธรรมภิบาล ตลอดจนสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของ บจ. และเพิ่มความน่าสนใจต่อผู้ลงทุนในระยะยาว โดยเปิดรับสมัคร บจ. และกำหนดให้ส่งแผน JUMP+ ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 31 มี.ค.2569

การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวส่งผลดีต่อ บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์  (LEO)  ซึ่งนายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ระบุ ภายใต้แผนการเพิ่มมูลค่าธุรกิจระยะกลางถึงยาวผ่านโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LEO ตั้งเป้าหมายเชิงตัวเลขที่ชัดเจน โดยมุ่งสร้างการเติบโตของ EBITDA ในปี 2571 ไม่น้อยกว่า 45% จากฐานปี 2568 และเพิ่ม EBITDA ไม่น้อยกว่า 50-55 ล้านบาท ภายในปีเดียวกัน สะท้อนทิศทางการเติบโตที่เน้นทั้งด้าน Profitability, Efficiency และ Stability ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ

โดยโครงการ JUMP+ จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการเพิ่มมูลค่าให้บริษัทในทุกมิติ มีการวางเป้าหมายทางุรกิจในระยะเวลา 3 ปีที่ชัดเจน เน้นการเติบโตของ EBITDA ด้วยการให้ความสำคัญกับการขยายเส้นทางใหม่ๆ ในการให้บริการ และการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ โดยมีบุคคลากรของเราเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอย่างมีธรรมาภิบาล และความยั่งยืนผ่านโครงการ Climate Action เพื่อให้ LEO เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า คู่ค้า และนักลงทุนของเราในระยะยาว

LEO