จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SCC ปรับกลยุทธ์ Transformation ธุรกิจ สร้างพลังอำนาจการแข่งขัน หนุน EBITDA ปีนี้ทะลุ 5.5 หมื่นลบ.


03 กุมภาพันธ์ 2569

SCC_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ประกาศแผนธุรกิจปี 69  เดินหน้าให้ความสำคัญการบริหารจัดการเงินสดและการมีวินัยทางการเงิน ชู 4 แนวทาง ตั้งเป้า EBITDA มากกว่า 5.5 หมื่นลบ.

ภายใต้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยที่มีความท้าทาย การปรับตัวเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อภาคธุรกิจ ซึ่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ให้มุมมองเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานในปี 69 ว่าบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการกระแสเงินสดและวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด พร้อมตั้งเป้า EBITDA ปีนี้มากกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้บริษัทไม่มีแผนปิดธุรกิจลูก แต่จะเปลี่ยนเป็นการเสริมแกร่งให้ธุรกิจที่เหลืออยู่มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูงสุด

"ปีที่ผ่านมาว่า เราปิดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร ซึ่ง ณ ตอนนี้ที่อยู่ในลิสต์หมดแล้ว แต่เราจะ Transformation ธุรกิจให้เข้มแข็งขึ้น เช่น เรามีโรงงานในแต่ละประเทศ ผมจะยุบไปอยู่ที่เดียวกันในสเกลที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ อันนี้คือการทำ Transformation "

โดยในปี 69 ตั้งงบลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะใช้ในการบำรุงรักษาเครื่องจักรประมาณ 1 ใน 3 ของงบลงทุน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ LSPE พร้อมทั้งลงทุนในการสร้างความเข้มแข็ง ลดต้นทุนด้านพลังงาน

ด้านบล.ฟินันเซีย ออกบทวิเคราะห์ โดยระบุว่า ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในช่วงต้นปี 69 ยังคงถูกกดดัน แม้ว่าราคาแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักจะปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ USD545/ตัน (-3% เทียบค่าเฉลี่ยไตรมาส 4/68) เนื่องจากราคาผลิตภัณฑ์ปรับลดลงตามภาวะอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอและภาวะ oversupply ที่ยังคงอยู่เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 4/68 ราคา HDPE และ PVC ลดลง 3.4% และ 4.2% ตามลำดับ

ขณะที่ราคา PP เริ่มทรงตัวที่ USD820/ตัน หลังปรับลงแรงในปีก่อน ส่งผลให้ ส่วนต่าง HDPE–naphtha และPVC–EDC/C2 ลดลงมาอยู่ที่ USD300/ตัน (-2.6% จากไตรมาสก่อน) และ USD287/ตัน (-8.0% จากไตรมาสก่อน) ตามลำดับ ในขณะที่ส่วนต่าง PP–naphtha ปรับดีขึ้นเป็น USD275/ตัน (+6.2% จากไตรมาสก่อน)

ด้านสถานการณ์ oversupply โลกในปี 69 คาดว่าจะทยอยดีขึ้น โดยกำลังการผลิตเอทิลีนใหม่ทั่วโลกชะลอลงเหลือ 9 ล้านตัน จาก 14 ล้านตันในปี 68 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน ขณะเดียวกันการปิดโรงงานและลดอัตราการเดินเครื่องในยุโรป เกาหลีใต้ และโรงงานเก่าในจีน (รวมราว 5 ล้านตัน) จะช่วยจำกัดการเพิ่มขึ้นสุทธิของกำลังการผลิตเอทิลีนในปี 2026 ให้อยู่ที่ราว 4 ล้านตัน ดีขึ้นจาก 9 ล้านตันในปี 2025 อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะจีน อาจทำให้ภาวะ oversupply ยังคงอยู่ถึงปี 2027 แม้คาดว่าจะทยอยคลี่คลายในระยะถัดไป

ดังนั้นเราปรับลดประมาณการกำไรของ SCC ในปี 2026–28 ลง 22%/16%/11% จากสมมติฐาน spreads ที่ลดลง โดยบริษัทยังคงเน้นวินัยทางการเงิน ควบคุม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยราว THB11b และ งบลงทุนประมาณ THB30b พร้อมทั้งลดต้นทุน เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และตั้งเป้าปิดดีลขาย CAP ภายในครึ่งแรกปี 69 แม้มีการปรับลดประมาณการ แต่ยังคาดว่า  core profit ปี 69 จะเติบโต 83.5% จากปีก่อน จากฐานต่ำ

และแม้เราจะปรับลดประมาณการกำไร แต่การลดลงของภาระหนี้สิน และการปรับเพิ่ม target EV/EBITDA ของธุรกิจ Distribution และ Green Solutions หลังการปรับโครงสร้างธุรกิจ ยังสนับสนุน ราคาเป้าหมายเดิมที่ THB220 อย่างไรก็ดี แม้ valuation จะอยู่ในระดับต่ำ แต่อัพไซด์จากราคาเป้าหมายยังจำกัด จึงคงคำแนะนำ ถือ

SCC