จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SPREME มั่นใจผลงานปี 69 เติบโตอย่างมั่นคงชนะประมูล งานรัฐ-รัฐวิสาหกิจกว่า4.2 พันลบ.


02 กุมภาพันธ์ 2569

SPREME มั่นใจผลงานปี 69_รายงานพิเศษ (เว็บ)_0.jpg

แม้เศรษฐกิจไทยปีนี้จะชะลอตัวลง แต่ CEO บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) ยังมั่นใจผลงานของบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หลังชนะประมูลงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมูลค่ารวมกว่า 4.2 พันล้านบาท สร้างรายได้ Recurring Income ที่แข็งแกร่ง

Recurring Income คือ รายได้ที่เกิดขึ้นซ้ำอย่างสม่ำเสมอในรอบเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น รายเดือน รายไตรมาส รายปี การเพิ่มสัดส่วน Recurring Income  จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้บริษัท จากการที่

1. สร้างความมั่นคงให้กระแสเงินสด  เพราะ Recurring Income ช่วยให้บริษัทคาดการณ์รายได้ล่วงหน้าได้แม่นยำ ,วางแผนงบลงทุน (Capex) และค่าใช้จ่าย (Opex) ได้ดีขึ้น, ลดความผันผวนของผลประกอบการในแต่ละไตรมาส, บริษัทที่มี Recurring Income สูง จะ ไม่พึ่งยอดขายเป็นรอบๆ ทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

2. ลดความเสี่ยงทางธุรกิจเพราะจะลดการพึ่งพาลูกค้าใหม่ ลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว , ลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคา ดังนั้นยิ่งสัดส่วน Recurring Income สูงจะทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของธุรกิจยิ่งต่ำ

3. เพิ่มความสามารถในการทำกำไรระยะยาว เนื่องจากต้นทุนการรักษาลูกค้าเดิม (Customer Retention Cost) ต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ , ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดต่อรายได้ลดลง  ทำให้ Margin มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อฐานลูกค้าเติบโต ดังนั้นธุรกิจที่มี Recurring Income สูง มักเห็น อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ดีขึ้นในระยะยาว

4. เพิ่มมูลค่ากิจการ จากการที่นักลงทุนและตลาดทุนให้มูลค่าสูงกับบริษัทที่มีรายได้ประจำ เพราะรายได้คาดการณ์ได้ , ความผันผวนต่ำ ,มีโอกาสเติบโตแบบทบต้น (Compounding Growth)

5. เสริมความแข็งแกร่งของฐานลูกค้าเนื่องจาก Recurring Income สะท้อนว่าลูกค้าใช้งานต่อเนื่อง ทำให้เกิดความผูกพันกับสินค้า/บริการ ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่จะไปใช้สินค้าคู่แข่งทำได้ยาก

6. สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะรายได้ประจำช่วยให้บริษัท ขยายธุรกิจได้โดยไม่ต้องเร่งการขายสินค้า ทำให้ลงทุน R&D และนวัตกรรมได้ต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการเติบโตเชิงคุณภาพมากกว่าเชิงปริมาณ

กลยุทธ์เพิ่มรายได้ Recurring Income  สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) ในปี 2569  โดย นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SPREME)  ระบุ แผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นโครงการที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) รวมถึงการเข้าประมูลโครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว

โดยความคืบหน้าในการประมูลงานโครงการเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 19 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,252.19 ล้านบาท ได้มีการเซ็นสัญญาแล้ว 17 โครงการ มูลค่า 3,400 ล้านบาท และอีก 2 โครงการ ได้รับประกาศให้เป็นผู้ชนะการประมูล (รอหน่วยงานเรียกทำสัญญา) มูลค่า 851.80 ล้านบาท

การได้รับงานครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการ ที่ไว้วางใจในศักยภาพการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจรของบริษัทฯ ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานต่อไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยรวม ปี 2569 อยู่ในทิศทางที่ดี

"การได้รับงานเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวม 19 โครงการ มูลค่ากว่า 4,252.19 ล้านบาท ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการที่ไว้วางใจในศักยภาพของเรา แต่ยังตอกย้ำบทบาทของ SPREME ในการส่งมอบโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และการดูแลบำรุงรักษา ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลการดำเนินงานปี 2569 อยู่ในทิศทางที่มั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง" นายภานุวัฒน์ กล่าว