รายงานพิเศษ : TACC ยกระดับองค์กรครั้งใหญ่ ย้ายเข้า SET-ดึง Co-CEO มืออาชีพ ปักหมุดองค์กรเติบโตสู่ยุคใหม่

TACC เดินเกมยกระดับองค์กรครั้งสำคัญ ทั้งการเตรียมย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อขยายฐานนักลงทุน และการแต่งตั้ง "ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล" นั่งตำแหน่ง Co-CEO เสริมทัพผู้บริหารมืออาชีพ สะท้อนการเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว พร้อมต่อยอดธุรกิจเครื่องดื่มและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้น
การเติบโตของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้วัดเพียงรายได้หรือกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนผ่าน “การยกระดับโครงสร้างองค์กรและการบริหาร” เพื่อรองรับการขยายตัวในระยะยาว หลายบริษัทที่ก้าวจากธุรกิจขนาดกลางสู่การเป็นองค์กรชั้นนำ มักเริ่มต้นด้วยการปรับโครงสร้างการบริหาร ควบคู่กับการยกระดับสถานะในตลาดทุน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในอนาคต
บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) กำลังเดินตามแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน หลังประกาศเตรียมย้ายการซื้อขายหุ้นจากตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พร้อมกับการแต่งตั้ง นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ขึ้นดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (Co-Chief Executive Officer) มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพผู้บริหารระดับสูงเพื่อร่วมกำหนดทิศทางองค์กรในช่วงที่บริษัทกำลังก้าวเข้าสู่การเติบโตอีกระดับ
การแต่งตั้ง Co-CEO สะท้อนให้เห็นว่า TACC ไม่ได้มองการเติบโตในระยะสั้นเพียงอย่างเดียว แต่กำลังวางระบบบริหารให้มีความแข็งแกร่ง รองรับการขยายธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการบริหารพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การมีผู้บริหารระดับสูงเข้ามาแบ่งบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กร จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจ ยกระดับการกำกับดูแลกิจการ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวขณะเดียวกัน การย้ายเข้าสู่ตลาด SET ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนพัฒนาการของบริษัท เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มการรับรู้ในหมู่นักลงทุนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้หุ้น TACC เข้าถึงเม็ดเงินลงทุนจากกองทุนและนักลงทุนสถาบันที่มีนโยบายลงทุนเฉพาะหุ้นในตลาด SET ส่งผลให้สภาพคล่องในการซื้อขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่การประเมินมูลค่าหุ้นในระดับที่เหมาะสมกับศักยภาพการเติบโตของธุรกิจมากยิ่งขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ พาย มองว่าการย้ายเข้าสู่ SET จะเป็นปัจจัยบวกต่อความน่าสนใจของหุ้น ขณะที่การนำหุ้นซื้อคืนมาจัดสรรให้พนักงาน ยังช่วยลดแรงกดดันจากอุปทานหุ้นในตลาด และสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรมีส่วนร่วมกับความสำเร็จขององค์กรในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายบริษัทชั้นนำเลือกใช้ในการรักษาบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
ด้านธุรกิจหลัก TACC ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับ 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย โดยบริษัทเดินหน้าพัฒนาเมนูหลักและเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแปลกใหม่และตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง จากแรงหนุนของสภาพอากาศร้อน การขยายสาขาของพันธมิตร และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
แม้ไตรมาส 3 จะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายเครื่องดื่มตามฤดูกาล แต่การขยายสาขาของ 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทยอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี 2569 ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ทำให้การย้ายเข้าสู่ตลาด SET และการเสริมทีมผู้บริหารระดับสูง จึงเป็นมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง แต่เป็นการประกาศความพร้อมของ TACC ในการก้าวสู่บริษัทที่มีมาตรฐานการบริหารสูงขึ้น มีศักยภาพในการแข่งขันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม และสามารถรองรับการเติบโตในระยะยาวได้อย่างมั่นคง เมื่อผสานกับธุรกิจหลักที่ยังเติบโตต่อเนื่องและฐานพันธมิตรที่แข็งแกร่ง TACC จึงอยู่ในจังหวะของการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้ถือหุ้น ทั้งในมิติของผลประกอบการและโอกาสในการได้รับการประเมินมูลค่าที่สูงขึ้นในอนาคต