Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-02-2569 (เปิด 5 ปัจจัยส่งผลต่อราคาทองคำพร้อมกลยุทธ์ลงทุนในสัปดาห์นี้)
Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 02-02-2569 (เปิด 5 ปัจจัยส่งผลต่อราคาทองคำพร้อมกลยุทธ์ลงทุนในสัปดาห์นี้)
02-02-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ
***วันนี้มาเริ่มต้นที่เรื่องของทองคำกันดีกว่า เจ๊เชื่อว่าตอนนี้เป็นเรื่องราวที่นักลงทุนสนใจมากกว่าตลาดหุ้นแล้วล่ะ!!! เพราะสัปดาห์ที่แล้วพูดได้แค่ว่า “สุดติ่งกระดิ่งแมว” เป็นเศรษฐีและยาจกได้ในเวลาชั่วข้ามคืน
***จากการประมวลข้อมูลจากกูรูหลายแห่ง เจ๊สามารถสรุปย่อๆ ได้คือทิศทางราคาทองคำสำหรับสัปดาห์นี้ (2-6 กุมภาพันธ์ 2569) มีความผันผวนสูงหลังจากที่ราคาพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เหนือ $5,000 ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมกราคม ก่อนจะเผชิญกับการปรับฐานลงอย่างรุนแรง
***แนวโน้มและกรอบราคา
-Gold Spot: นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเป็นช่วง "การปรับฐานในเชิงลบ" (Bearish Correction) เพื่อทดสอบแนวรับสำคัญ
- แนวรับสำคัญ: $4,550 - $4,575 ต่อออนซ์ หากหลุดระดับนี้อาจเห็นการไหลลงต่อไปยังโซน $4,155
- แนวต้าน: $5,450 - $5,600 ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับที่ราคาทองคำเพิ่งพุ่งทำ New High เมื่อสัปดาห์ก่อ
-ทองคำในไทย (96.5%): ราคายังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่มีความเสี่ยงจากการย่อตัวตามตลาดโลก
- แนวรับ: 70,000 - 72,000 บาท
- แนวต้าน: 81,000 - 82,300 บาท
***ทั้งนี้มีปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา มีดังนี้
1.ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ (NFP): รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะประกาศในคืนวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2569 เป็นปัจจัยชี้ชะตาหลัก หากตัวเลขต่ำกว่าคาดจะช่วยหนุนราคาทองคำ
2.แรงซื้อช่วงตรุษจีน: สัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงสะสมทองคำก่อนเทศกาลตรุษจีน (17 ก.พ.) ซึ่งมักจะมีแรงซื้อช่วยพยุงราคา
3.ค่าเงินบาท: เงินบาทมีทิศทางพลิกกลับมาอ่อนค่า ซึ่งอาจช่วยประคองราคาทองคำในประเทศไม่ให้ร่วงลงแรงตามราคาโลก
4.นโยบายธนาคารกลาง (Fed): การคาดการณ์เรื่องการลดดอกเบี้ยยังคงเป็นแรงหนุนหลักในระยะยาว แม้ระยะสั้นจะมีการขายทำกำไร
5.ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ใหม่
-กรณีเกาะกรีนแลนด์: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และนาโต (NATO) เกี่ยวกับสถานะของกรีนแลนด์ได้กลายเป็นปัจจัยใหม่ที่สร้างความไม่แน่นอนในเวทีโลก
-ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีการขู่ตอบโต้อย่างหนักและการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นแรงหนุนสำคัญที่ทำให้ทองคำยังคงสถานะสินทรัพย์ปลอดภัย
***ส่วนกลยุทธ์การลงทุน นักวิเคราะห์แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "ซื้อเมื่อย่อตัว" (Buy the Dips) เนื่องจากเทรนด์ใหญ่ในปี 2569 ยังคงเป็นขาขึ้นชัดเจน โดยสถาบันการเงินอย่าง Goldman Sachs และ Bank of America ยังคงเป้าหมายระยะยาวไว้ที่ระดับสูง ทั้งนี้มองว่าการร่วงลงในช่วงนี้เป็นการปรับฐานหลังจากราคาขึ้นแรงเกินไป
***ส่วนตลาดหุ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวโจนส์ปิดที่ 48,892.47 จุด ลดลง 179.09 จุด หรือ -0.36%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,939.03 จุด ลดลง 29.98 จุด หรือ -0.43% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,461.82 จุด ลดลง 223.30จุด หรือ -0.94% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดาวโจนส์ลดลง 0.4%, S&P500 เพิ่มขึ้น 0.3% และ Nasdaq ลดลง 0.2%
***รายงานข่าวระบุว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ (30 ม.ค.) หลังนักลงทุนประเมินว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เสนอชื่อ “เควิน วอร์ช” อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นเป็นประธานเฟดคนใหม่แทน “เจอโรม พาวเวล” เป็นการเลือกบุคคลที่มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบคุมเข้ม นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
***และนอกจากการประเมินความเสี่ยงจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่าง ๆ รวมถึงอิหร่านแล้ว นักลงทุนยังกังวลต่อความเป็นไปได้ที่รัฐบาลสหรัฐฯ จะถูกชัตดาวน์อีกครั้ง หลังเกิดอุปสรรคใหม่ในวุฒิสภาต่อข้อตกลงที่จะทำให้หน่วยงานภาครัฐได้รับงบประมาณดำเนินงานต่อเนื่อง
***ส่วนแนวโน้มของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (2-6 ก.พ. 2569) กูรูมองาส SET INDEX มองว่ามีแนวรับที่ 1,300และ 1,285 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,345 และ 1,355 จุด ตามลำดับ โดนมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของไทย ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบจ.ไทย และทิศทางเงินทุนต่างชาติ
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงานเดือนม.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB และ BOE ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนม.ค. ของจีนญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน