จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : SFLEX ธุรกิจมั่นคงความเสี่ยงต่ำ รายได้โตกำไรแกร่ง ปันผลผู้ถือหุ้นแตะ 7%


28 มกราคม 2569


SFLEX_รายงานพิเศษ S2T (เว็บ) copy_0.jpg

บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ธุรกิจมีความโดดเด่น ยอดขายเติบโตต่อเนื่องสร้างรายได้ที่ยั่งยืน และยังเป็นหุ้นที่จ่ายอัตราเงินปันผลสูงราว 7%

แม้เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 1.5-2.0% แต่ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ก็ยังเติบโต ส่งผลดีต่อบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่ยอดขายยังเติบโตได้ดี   โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ของ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) สำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภค ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (Made to Order) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ประเภทม้วน (Roll Form) และบรรจุภัณฑ์ประเภทซอง (Pre Form Pouch)

สะท้อนจากบทวิเคราะห์ของ บล.ฟินันเซีย ไซรัส  ที่ระบุว่า กำไรในไตรตมาส 4/68 ของ SFLEX จะดูดีกว่าที่ได้ประเมินก่อนหน้านี้จากทั้งรายได้ที่ยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ และผลประกอบการของบริษัทร่วม Starprint Vietnam ที่น่าจะทรงตัวในระดับสูงตามฤดูกาล โดยคาดว่า  SFLEX มีกำไรสุทธิ 66.9 ล้านบาท +7.1% จากไตรมาสก่อน ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงเดิม -12.6% จากปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายบริหารในไตรมาส 4/67 ต่ำกว่าปกติจากการกลับสำรองการด้อยค่าของสินค้าคงคลัง

ปรับประมาณการกำไรปี 68 ขึ้นแต่กำไรยังลดจากปีก่อนเพราะบริษัทร่วม ซึ่งจากกำไรไตรมาส 4/68 ที่ดูดีกว่าที่เคยประเมิน ทำให้กำไรสุทธิทั้งปี 68 สูงกว่าเดิมที่คาดเล็กน้อย  2.2% ถึงอย่างนั้นก็ตาม เราคาดกำไรสุทธิทั้งปีลดลง 11.8 % จากปีก่อน เป็น 247.7 ล้านบาท เนื่องจาก 1) ค่าใช้จ่ายในการทำ CSR เพิ่มขึ้น

2) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 28.7% จากปีก่อน จากค่าเงินบาทที่แข็งค่ากว่าเงินดองเวียดนามและรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัท Starunion  Packaging  (SFLEX ถือ 50.0%) เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงาน

จึงปรับประมาณการกำไรปกติปี 69-70 ขึ้นเล็กน้อย 2.7% และ 6.1% โดยหลักมาจากการปรับเพิ่มรายได้เพราะแนวโน้มการจับจ่ายสินค้าอุปโภคที่จำเป็นยังคงขยายตัว และปรับลดส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเล็กน้อย ภายหลังการปรับประมาณการ เราคาดรายได้ปี 2026 ยังคงเติบโต 4.4% จากปีก่อน

สอดคล้องกับการขยายตัวของการบริโภคในประเทศและภาคท่องเที่ยว แต่การแข่งขันที่สูง การเจรจาต่อรองจากลูกค้าเป็นระยะ ขณะที่บริษัทคุมต้นทุนและรายจ่ายเข้มข้นมาแล้วกว่า 1 ปี และได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI จากการลงทุนพัฒนาชุมชน ทำให้อัตราภาษีจ่ายเหลือเพียง 0 - 1.5% จึงทำให้เราคาดกำไรปกติ 2026 จะทำได้เพียงทรงตัว

SFLEX ผ่านการเติบโตสูงไปแล้วในปี 66-67 (+231%/53%) การเติบโตในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าคาดกลับสู่ระดับปกติใกล้เคียงการเติบโตของการบริโภคในประเทศ แต่ธุรกิจมีความมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ และบริษัทยังเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผลเป็นประมาณ 80% ของกำไรครึ่งแรกปี 68 ทำให้ Dividend yield สูงราว 7% ต่อปี จึงคงคำแนะนำซื้อ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3.70 บาท (อิง 2026E P/E เดิมที่ 12x)