รายงานพิเศษ : EURO รับแรงซื้อลูกค้าระดับบน ธีมลักชัวรีเด่นสุดในตลาดอสังหาฯ ปี 69 กำลังซื้อไฮเอนด์ไม่สะดุด แม้เศรษฐกิจผันผวน

ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากสินเชื่อเข้มงวดและหนี้ครัวเรือนสูง กลุ่มลูกค้าลักชัวรียังคงเติบโตสวนทาง จากกำลังซื้อกลุ่ม HNWI ที่แข็งแกร่ง หนุนผลงาน บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) โดดเด่น รับอานิสงส์เต็มจากการขยายตัวของตลาดพรีเมียม พร้อมต่อยอดรายได้ผ่านพอร์ตแบรนด์ระดับโลก
ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 กำลังสะท้อนการฟื้นตัวแบบ “ไม่เท่ากัน” โดยตลาดระดับกลางถึงล่างยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ
ข้อมูลจาก Knight Frank Thailand ภายใต้แนวคิด “Risk Lens Perspective” ชี้ว่า อัตราการปฏิเสธสินเชื่อยังอยู่ในระดับสูง โดย มีผู้กู้เพียง 2–3 ราย จาก 10 รายที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ สะท้อนข้อจำกัดของกำลังซื้อในตลาดแมสอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพของตลาดไม่ได้อ่อนแอทั้งระบบ เนื่องจาก “เซกเมนต์ลักชัวรี” ยังคงเติบโตอย่างโดดเด่น และกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในปีนี้
ดีมานด์จากกลุ่มผู้มีสินทรัพย์สูง (HNWI) ทั้งชาวไทยและต่างชาติยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในโครงการ Branded Residences ระดับราคามากกว่า 250,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งยังได้รับความสนใจต่อเนื่องจากนักลงทุนหลากหลายประเทศ
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มบนที่มองอสังหาริมทรัพย์เป็น “สินทรัพย์ระยะยาว” สำหรับการอยู่อาศัยและการส่งต่อให้ครอบครัว มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น ส่งผลให้ความต้องการซื้อมีเสถียรภาพ แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังมีความผันผวน
ขณะเดียวกัน ทำเลศักยภาพอย่าง Phuket ยังคงโดดเด่นในฐานะ Global Tourism Destination โดยเฉพาะตลาดพูลวิลล่าที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการเช่า (Yield) ได้สูงถึงประมาณ 10% ต่อปีในช่วง High Season แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทยจาก “Volume-driven” ไปสู่ “Value-driven” อย่างมีนัยสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพโครงการ ทำเล และกำลังซื้อของลูกค้าเป็นหลัก
ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมเริ่มได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน โดย บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) ผู้ดำเนินธุรกิจ Living & Lifestyle ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโต 10–15% จากปีก่อน
กลยุทธ์สำคัญอยู่ที่การบริหารพอร์ตแบรนด์ระดับโลกผ่านแนวคิด Ecosystem Clustering Strategy ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายข้ามแบรนด์ (Cross-selling) และยกระดับมูลค่าการใช้จ่ายต่อหนึ่งลูกค้า (Ticket Size)
อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญคือ ยอดขายค้างส่ง (Backlog) ณ ต้นปี 2569 มูลค่า 1,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 24% จากปีก่อน สะท้อนถึงดีมานด์ในตลาดลักชัวรีที่ยังเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเพิ่มแบรนด์ระดับโลก เช่น Bang & Olufsen และ Vispring ยังช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตสินค้าในระยะยาว
“ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน “ตลาดลักชัวรี” กำลังกลายเป็นธีมการเติบโตหลักของอสังหาริมทรัพย์ไทย และส่งผ่านอานิสงส์ไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ระดับบน โดย EURO ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้ประโยชน์โดยตรง จากโครงสร้างรายได้ที่อิงกับลูกค้ากำลังซื้อสูง ทำให้บริษัทมีความโดดเด่น”