รายงานพิเศษ : STARM เร่งเครื่องดิจิทัลเต็มสูบ ดันแพลตฟอร์มออนไลน์-ใช้ AI อนุมัติสินเชื่อ หนุนรายได้ปี 69 โตกว่า 10%

“สตาร์ มันนี่” เดินหน้าปรับโมเดลธุรกิจสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลเต็มรูปแบบ เตรียมเปิดเกมรุกตลาดออนไลน์ในไตรมาส 2/2569 พร้อมนำ AI และระบบ Auto-Approve ยกระดับบริการสินเชื่อ หวังขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความเร็วในการอนุมัติ ดันรายได้ปีนี้เติบโตไม่น้อยกว่า 10% หลังปี 2568 โชว์กำไรพุ่ง 67.69%
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อที่เข้าถึงลูกค้าที่มีศักยภาพอย่างรวดเร็ว ซึ่งนายชูศักดิ์ วิวัฒน์วงศ์เกษม กรรมการผู้จัดการ บมจ.สตาร์ มันนี่ (STARM) ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน ภายใต้แบรนด์ “สตาร์ มันนี่” (Star Money) ระบุทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 บริษัทได้วางกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับการให้บริการสินเชื่อให้มีความรวดเร็วและเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเสริมศักยภาพระบบการดำเนินงาน
หนึ่งในแผนสำคัญของบริษัทในปีนี้ คือการนำ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ อนุมัติสินเชื่ออัตโนมัติ (Auto-Approve) เข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการให้บริการสินเชื่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การประเมินความเสี่ยง และการพิจารณาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม
การปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในกระบวนการอนุมัติ ลดขั้นตอนการทำงาน และยกระดับประสบการณ์การใช้บริการของลูกค้าให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มีการแข่งขันสูง
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าขยายธุรกิจผ่าน ช่องทางออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 ปี 2569 หลังจากที่ผ่านมาได้ใช้เวลาในการศึกษา ออกแบบระบบการดำเนินงานทั้งในส่วนหน้าบ้านและหลังบ้าน รวมถึงการทดสอบระบบเพื่อให้มีเสถียรภาพและสามารถรองรับการให้บริการลูกค้าในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเปิดตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบจะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่คุ้นเคยกับการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการสินเชื่อและสินค้าให้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงบวกต่อรายได้และผลประกอบการของบริษัทตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
พร้อมกันนี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,507.94 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 84.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.69% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 50.58 ล้านบาท
ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของผลประกอบการมาจากการขยายพอร์ต สินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้ดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ที่ 151.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.25% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 127.30 ล้านบาท
การเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากกลยุทธ์การขยายช่องทางการขายของบริษัท ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการเน้นจำหน่ายสินค้าในกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง (High Margin) ควบคู่กับการขยายช่องทางผ่านสาขาย่อยในรูปแบบ Shop in Shop ซึ่งช่วยเพิ่มจุดให้บริการและทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการของบริษัท คือการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss : ECL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
โดยในปี 2568 บริษัทมีการตั้งสำรอง ECL อยู่ที่ 132.63 ล้านบาท ลดลง 50.20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 27.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการตั้งสำรองอยู่ที่ 182.83 ล้านบาท
การลดลงของการตั้งสำรองดังกล่าวเป็นผลจากการบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้อย่างระมัดระวัง โดยบริษัทได้มีการ ชะลอการปล่อยสินเชื่อในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการติดตามและบริหารคุณภาพลูกหนี้อย่างใกล้ชิด ส่งผลให้คุณภาพพอร์ตสินเชื่อโดยรวมปรับตัวดีขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าการผสานจุดแข็งระหว่างเครือข่ายสาขาที่มีอยู่กับการพัฒนาช่องทางดิจิทัล รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการดำเนินงาน จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในระยะยาว