รายงานพิเศษ : TPS ผลงานปี 69 โดดเด่น เร่งขยายฐานลูกค้า ขับเคลื่อน Cyber, AI, Smart Health

“ดิจิทัล” ยังเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐเป็นอันดับต้นๆในปี 68 ที่ผ่านมา สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของ บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) ให้บริการคำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง และจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งตั้งเป้าปี69 เน้นการขับเคลื่อนโซลูชัน ด้านงาน Cyber, AI, Smart Health
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในปี 2568 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 3,370 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 และมีเงินลงทุน 1,876,653 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 67 นับเป็นยอดเงินลงทุนและจำนวนโครงการ ที่ยื่นขอรับการส่งเสริมที่สูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบีโอไอ
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียวที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
โดยนักลงทุนมองว่า ประเทศไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว และตอบโจทย์การลงทุนในโลกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ ศักยภาพด้านพลังงานสะอาด บุคลากรที่มีคุณภาพ ซัพพลายเชนที่ครบวงจร นโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน รวมทั้งจุดยืนของประเทศไทยในเวทีโลกที่พยายามรักษาความเป็นกลางและความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศ ทำให้สามารถค้าขายกับตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก
ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
(1) อุตสาหกรรมดิจิทัล 746,198 ล้านบาท 151 โครงการ
(2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 277,645 ล้านบาท 470 โครงการ
(3) อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน 84,085 ล้านบาท 288 โครงการ
(4) อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร 75,683 ล้านบาท 301 โครงการ
(5) อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 58,396 ล้านบาท 267 โครงการ
อุตสาหกรรมดิจิทัล ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่น โดยอยู่ในอันดับ 1 ที่มีการลงทุนสูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจของ บมจ.เดอะแพรคทิเคิลโซลูชั่น (TPS) นายบุญสม กิจเกษตรสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุ ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนปี 68 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 99.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.99% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน มีกำไรสุทธิ 74.67 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,146.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.95% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน มีรายได้รวม 1,082.50 ล้านบาท
ปัจจัยสนับสนุนมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจหลักที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย
1. รายได้จากการจำหน่าย และวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. รายได้จากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย
"TPS และกลุ่มบริษัทย่อย มีการบริหารจัดการและปรับกลยุทธ์การบริหารธุรกิจให้เป็นไปตามแผน โดยการนำ AI มาใช้พัฒนาบริการต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนด ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากภาครัฐ 43.96% และภาคเอกชน 56.04%"
ซึ่งในปี 2569 บริษัทยังใช้กลยุทธ์ในการดำเนินงาน ทั้งการขยายฐานลูกค้าและการขับเคลื่อนโซลูชัน ด้านงาน Cyber, AI, Smart Health การเพิ่มรายได้ประจำ เช่น งานด้าน Maintenance Service Agreement (MA) พร้อมทั้ง เร่งการเติบโตของกลุ่มบริษัทย่อย