CPAXT กับบทเรียนราคาแพงจากราคา PO กว่า 43.50 บาท ผ่านมา 5 ปี นักลงทุนติดลบหนัก 67%

หากจะพูดถึงหุ้นที่สร้างความเจ็บช้ำและผลขาดทุนแก่นักลงทุน หนึ่งในนั้นก็มีบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ของเจ้าสัวธนินท์ ด้วยอย่างแน่นอน จากความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบัน (ณ วันที่ 12 ม.ค.69) ในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ ราคาก็มาถึงระดับที่จุดต่ำสุดที่ 14.10 บาท
แต่หากใครที่ยังจำกันได้ ก่อนที่จะกลายมาเป็น CPAXT เหมือนทุกวันนี้ ในอดีตนั้นก็คือ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO จนมาถึงในวันที่ 4-9 ธันวาคม 2564 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่บริษัทได้เปิดราคาเสนอขายหุ้น Public Offering (PO) ที่สูงถึง 43.50 บาทต่อหุ้น แก่นักลงทุนจองซื้อในช่วงวันดังกล่าว
โดยหากนักลงทุนได้เข้าจองซื้อและได้รับการจัดสรรหุ้น PO ข้างต้น และถือครองหุ้นมาจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 12 ม.ค.69) ที่ราคาหุ้นได้ทำจุดต่ำสุดที่ราคา 14.10 บาท เท่ากับว่านักลงทุนจะมีผลขาดทุนถึง 67.58% จากการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ในแง่ปัจจัยพื้นฐานของ CPAXT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออาจจะฉุดให้บริษัทได้อานิสงส์จำกัดจากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตยอดขายเดิมในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของธุรกิจ B2B ซึ่งแทบไม่เปลี่ยนแปลงและของธุรกิจ B2C ที่ติดลบหลักเดียวต่ำๆ โดยอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลจะเกิดกับธุรกิจ B2B (Makro) มากกว่า B2C (Lotus’s)
พร้อมกันนี้ แม้ว่าบริษัทจะมีจุดแข็งและวางตำแหน่งธุรกิจไว้ที่การจำหน่ายสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะอาหารสด (37% ของยอดขายรวม) แต่กำลังซื้อที่อ่อนแอลงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย อาจจะกดดันอัตรากำไรโดยรวม จาก product mix และการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย การคุมต้นทุนจึงเป็นประเด็นที่ท้าทาย เนื่องจากช่องทาง omni channel และ การเปิดสาขาร้านใหม่ ขณะที่คาดว่าผลประกอบการจะอ่อนแอในไตรมาส 4/68 โดยกำไรน่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่จะดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
ดังนั้น จึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 – 2570 ลง 4-10% ซึ่งหลัก ๆ แล้วสะท้อนถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากทั้งธุรกิจ B2B และ B2C ทั้งนี้ เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 4/68 ไม่น่าสนใจแม้จะเป็นช่วง peak ตามฤดูกาล โมเมนตัมอาจจะแผ่วลงในไตรมาส 1/69 จากปัจจัยฤดูกาล และคาดว่ากำไรจะโตได้จำกัดเพียง 6-7% ในปี 2569-2570 จึงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายที่ 17 บาท
ยอดนิยม
การเมืองกดดันหุ้นโรงไฟฟ้า หวั่นสั่งลดค่า Ft-รื้อสัญญาซื้อขาย โบรกฯ คาดสร้างความเสี่ยงกระทบกำไร
BGRIM ทุ่มงบ 7.24 พันล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในสหรัฐฯ สัดส่วน 25% ขนาดกำลังผลิต 406 เมกะวัตต์
ระทึก! ITD หุ้นกู้รอจ่าย 2 พันลบ. “ทริส” ชี้ความสามารถจ่ายหนี้น่าห่วง แถมเครดิตจ่อลงเขียง ถูกหั่นซ้ำ
หุ้นกลุ่ม “ซีพี” อ่วมทั้งเครือ! ปี 68 ราคาร่วงยับยกแผง ทำนักลงทุนเจ็บหนักถ้วนหน้า