รายงานพิเศษ : TACC เข้มสร้างมาตรฐาน ยกระดับคุณภาพชาผ่านการวิจัยและพัฒนา เดินหน้าสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน
“สุขภาพ” เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆในการเลือกเครื่องดื่มของคนในปัจจุบัน ทำให้ “ชา”มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเลือกผลิตภัณฑ์จากชาที่มีคุณภาพจึงเป็นเป้าหมายหลักของ บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) ผู้ให้ความสำคัญการลงทุนด้านพัฒนาและวิจัย (R&D เพื่อคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดีให้ผู้บริโภค สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคม
สถาบันอาหารระบุ ปี 2566 มูลค่าตลาดชาอยู่ที่ประมาณ 2,174 ล้านบาท โดยเติบโตจากปีก่อน ~6.8% จากความนิยมชาเพื่อสุขภาพและชาพร้อมดื่ม (RTD) ที่สะดวกดื่มมากขึ้น โดยตลาดชาไทยที่รวมทั้งสดและพร้อมดื่ม คาดว่าจะ ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเติบโตทั้งในประเทศและส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ
ฝ่ายวิจัยธนาคาร LH Bank ระบุว่า ในปี 2567 ตลาดชาของประเทศไทยมีมูลค่า 2,248 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 3.4%YoY และคาดการณ์ว่าในปี 2568 มูลค่าตลาดจะเติบโตต่อเนื่องไปถึง 2,317 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ3.1%YoY โดยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดชาในช่วงหลายปีมาจากปัจจัยสำคัญ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ชาเขียว ชาสมุนไพร และชาออร์แกนิก ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขณะเดียวกัน การขยายตัวของตลาดชาในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม (RTD: Ready-to-Drink) ก็เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกในการบริโภคและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการได้เร่งพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพที่ขยายตัวต่อเนื่อง เป็นแรงสนับสนุนต่อการเติบโตของตลาดชาในประเทศ
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันการลงทุนด้านการพัฒนาและวิจัย (R&D) มีความสำคัญอย่างมาก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่ง สอวช.ระบุว่า ในปี 2564 R&D รวมของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 208,009 ล้านบาท (คิดเป็น ~1.33% ของ GDP) โดยภาคเอกชนมีสัดส่วนลงทุนสูงถึง 68% ของทั้งหมด
ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การทำธุรกิจของ บมจ.ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ (TACC) ที่มุ่งมั่นในการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) ให้มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้มีคุณภาพ โดยได้ส่งตัวแทนจากทีม R&D ไปฝึกอบรมหลักสูตร "International Tea Sommelier Intermediate" จากสถาบัน Asian School of Tea – Thailand
ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านชาที่ให้ความรู้เชิงลึกและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติในทุกแง่มุม ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลต้นอ่อนชา คุณภาพใบชา ไปจนถึงศิลปะการชงชาที่สมบูรณ์แบบ โดยความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของ TACC ในการพัฒนาบุคลากรให้มีองค์ความรู้เฉพาะทาง เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่น และเป็นที่ยอมรับระดับสากล รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาองค์กร สร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ และเสริมศักยภาพให้กับพันธมิตรทางธุรกิจ
ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของ TACC ยังสะท้อนได้จากการได้รับ 4 รางวัลจากเวที SET Awards 2025 ประกอบด้วย รางวัล Best Company Performance Awards 2025, รางวัล Outstanding Company Performance Awards รางวัล Outstanding CEO Awards 2025 และรางวัล Outstanding Investor Relations Awards
ซึ่ง ประธานกรรมการบริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข” ระบุ เป็นความภาคภูมิใจของบริษัท และยังเป็นแรงผลักดันให้ TACC เดินหน้าสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน และสังคม
ทั้งนี้ "SET Awards" เป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและการทุ่มเทของบุคลากรในวงการตลาดทุนที่ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่สังคม จนเป็นที่ยอมรับและเป็นต้นแบบขององค์กรที่ประสบความสำเร็จให้แก่องค์กรอื่นๆ ช่วยยกระดับมาตรฐานและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่ประเทศไทยได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ตลาดทุนเติบโตอย่างมีคุณภาพ