Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-01-2569 (ฤกษ์ดี! เทรดวันแรกของปี หุ้น +20.38 จุด ซื้อขาย 45,727 ลบ.)


06 มกราคม 2569

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 06-01-2569 (ฤกษ์ดี!เทรดวันแรกของปี หุ้น +20.38 จุด ซื้อขาย 45,727 ลบ.)

ฤกษ์ดี!_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ) copy_0.jpg 

 06-01-2569 สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม  www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ 

***เปิดเทรดวันแรกฤกษ์ดี! ตลาดหุ้นไทยปิดบวก +20.38 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายแน่นๆ 45,727ลบ.และที่สำคัญพอร์ตของต่างชาติซื้อสุทธิ 2,371 ลบ. เริ่ดดดดดดดดด ..ขอให้ดี ขอให้โดน ขอให้ปังตลอดปีม้านะจ๊ะ เฮงๆ รวยๆๆๆๆ ถ้วนทั่วทุกคนนะจ้ะ

 

นักลงทุน

ซื้อ (ล้านบาท)

ขาย (ล้านบาท)

สุทธิ

สถาบัน

5,769.74

6,192.19

-422.45

บัญชีบล.

3,742.56

2,541.36

+1,201.20

ต่างประเทศ

24,613.54

22,242.00

+2,371.54

ในประเทศ

11,601.20

14,751.49

-3,150.29

***วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องหุ้นพลังงานเนอะ..ดูจากที่แจ้งตลาดเมื่อวานนี้มี 3 บจ.บอกข่าวดี!!! น่าติดตาม เริ่มที่  GULF แจ้งว่า กลุ่มบริษัทย่อยซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน “กัลฟ์ รีนิวเอเบิล เอ็นเนอร์จี”ในสัดส่วนร้อยละ 100ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar farms with battery energy storage system: Solar BESS) จำนวน 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 121.0 เมกะวัตต์ (ก าลังการผลิตติดตั้ง 288.7 เมกะวัตต์) และได้จ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (“กฟผ.”) เรียบร้อยแล้ว

***สำหรับปี 2568 ที่ผ่านมา GULF ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Solarfarms และ Solar BESS ครบทั้งหมด 7 โครงการตามแผน รวมกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 354.3 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้ง 596.7เมกะวัตต์) เป็นที่เรียบร้อย

***ในปีนี้ GULF มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติมรวม 6 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 370.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 622.8 เมกะวัตต์) แบ่งเป็นโครงการ Solar farms 4 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 244.6 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 321.3 เมกะวัตต์) และโครงการ Solar BESS อีก 2 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 126.0 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตติดตั้งรวม 301.7 เมกะวัตต์)

***SUPER แจ้งข่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนาม “โครงการ Soc Trang Wind Power Plant Project” กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามแล้ว จำนวน 30  เมกะวัตต์ โดยในส่วนที่เหลือ 30  เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าเวียดนามได้ภายในไตรมาส 1/2569

***EP ก้อมีรายงานที่น่าสนใจคือความคืบหน้าในการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ประเทศเวียดนามEPVN W2 ให้กับ BCPGI โดยบริษัทฯได้มีการหารือร่วมกับทางผู้บริหารของ BCPG ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ BCPGI (“ผู้ซื้อ”) มาโดยตลอด และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อดำเนินการปรับปรุง โดยทาง BCPG ได้รับทราบเงื่อนไขที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน และ เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่ายและยังคง “มีความประสงค์จะซื้อโครงการ CBTN และ PTMN อยู่”  และทาง BCPGI จะเร่งดำเนินการปรับปรุงข้อเสนอมายังบริษัทเพื่อพิจารณาต่อไป

***นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 โครงการ CBTN และ PTMN ขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 99เมกะวัตต์ (MW) ได้รับการอนุมัติให้มีการ COD จากการไฟฟ้าเวียดนาม หรือ EVN ได้ตั้งแต่เวลา 8.00 น. โดยขณะนี้ บริษัทจะเร่งดำเนินการเบิกเงินกู้งวดแรก จำนวนประมาณ 1,400 ล้านบาทจากทาง Bank for Investment and Development of Vietnam (“BIDV”) ให้ได้โดยเร็ว และจะเร่งเจรจาสรุปราคารับซื้อไฟฟ้าขั้นสุดท้าย (Final FIT) เพื่อให้สามารถเบิกเงินกู้งวดสุดท้ายของทั้ง 4 โครงการให้ได้ภายในเดือน มีนาคม 2569

***ทั้งสามบริษัท GULF-SUPER-EP แจ้งแต่เรื่องดีๆ แต่ราคาหุ้นในกระดานยังไม่กระเตื้องเท่าใดนัก..นี่ล่ะ!!! คือจังหวะสะสมหุ้นดีเข้าพอร์ต!!! จัดด่วนค่าาาาาา

***มาว่ากันต่อด้วยเรื่องพลังงานระดับโลกที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องจากคนละเรื่องเดียวกันที่เกิดขึ้นระหว่าง “สหรัฐ-เวเนซูเอล่า” มีความเห็นจากกูรูหุ้นหลายค่าย โดยได้แสดงความคิดเห็นว่าหลังการควบคุมตัวประธานาธิบดีเวเนซุเอลา (มาดูโร) ระยะสั้น สหรัฐจะยังไม่ยกเลิกการคว่ำบาตรพลังงานเวเนฯ และด้วยกำลังรบที่เสียเปรียบของเวเนฯ คาดโอกาสเกิดการตอบโต้ยืดเยื้อต่อสหรัฐ และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานจะมีต่ำ ทำให้ปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบจำกัด ส่วนด้าน supply น้ำมันดิบของเวเนฯคาดจะเป็นนการทยอยเพิ่มในระยะยาว ไม่ได้ทำให้เกิด shock ด้านsupply และฉุดราคาน้ำมันดิบตกต่ำ (คาดจะ balance กับ supply ต้นทุนสูงของสหรัฐ) จากยังต้องรอความมั่นคงของสถานการณ์การเมืองในเวเนฯ, การปรับปรุง facilities และการกำหนดแผนลงทุนระยะยาวของเอกชนสหรัฐ

โดยสรุปประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในเวเนฯล่าสุดข้างต้น ระยะสั้นจะมีแรงกดดันด้านลบต่อกลุ่มต้นน้ำมากสุด ซึ่งในช่วงแรงกดดันเรามองเป็นโอกาสทยอยสะสม ส่วนระยะยาวมอง supply น้ำมันที่ไม่ตึงตัวจะเป็นบวกกับกลุ่มสถานีบริการน้ำมันมากสุด แนะนำ Bullish ต่อกลุ่มพลังงานฯเลือก SPRC และ PTG เป็น top picks

***เซียนหุ้นอีกแห่งบอกว่ามีมุมมองเป็นกลางต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบซึ่งความผันผวนระยะสั้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นอาจถูกชดเชยด้วยอุปทานระยะยาวที่สูงขึ้น โดยคาดว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้นที่อาจผันผวนสูงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (geopolitical risk) ที่สูงขึ้นอาจจะถูกชดเชยด้วยความกังวลต่ออุปทานระยะยาวที่สูงขึ้นในระยะยาวจากเวเนซูเอล่า (ปริมาณการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 963 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) ในเดือน ธ.ค.2568) จากการที่สหรัฐ อาจจะกลับมายกเลิกการคว่ำบาตร (sanction) อุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซูเอล่า

ทั้งนี้ ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปี 2569ที่ USD67.0/bbl ยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงานและคาดหุ้นโรงกลั่นจะได้ประโยชน์จาก crack spread ที่แข็งแกร่งในไตรมา 4/68  โดยคาดว่าผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่นโดยรวมน่าจะเห็นผลประกอบการปกติ (ไม่รวมผลกระทบจากผลกำไร/ขาดทุนจากสต๊อกที่เป็นไปได้) ในไตรมาสสี่ที่ผ่านมา ตามแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) ที่แข็งแกร่งโดยหุ้นโรงกลั่นที่เราแนะนำซื้อคือ  TOP - SPRC- BCP

***เซียนหุ้นรายสุดท้ายบอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีผลกระทบต่อ TASCO เนื่องจากไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซูเอลามาหลายปีแล้ว แต่ควรจับตาการเคลื่อนไหวประเทศมหาอำนาจ เช่น รัสเซีย จีน สหภาพยุโรป ประเทศในละตินอเมริกา ฯลฯ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการปฏิบัติการของสหรัฐ ในครั้งนี้