ช็อกแรง! หุ้นกลุ่ม “ธนาคาร” โบรกฯ ให้น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาด” เซ่นพิษเศรษฐกิจซบ NIM ร่วง กดกำไรทรุด
น่าจับตา! สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคาร ล่าสุดนักวิเคราะห์ให้น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาด” หลังประเมินว่าหุ้นกลุ่มนี้จะเผชิญแรงท้าทายจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอ แถมทิศทาง bond yield ที่ปรับตัวลดลง และ NIM ที่อ่อนตัวลง แนะนำ “ซื้อ” เพียง BBL และ KTB
ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินว่าหุ้นกลุ่มธนาคารจะเผชิญแรงท้าทาย ทั้งในด้านของคุณภาพสินทรัพย์และ NIM ในครึ่งหลังของปี 2568 โดยในกลุ่มธนาคาร แนะนำ “ซื้อ” เพียง BBL และ KTB เพราะมีสัดส่วนลูกค้ารายใหญ่และรัฐบาลมาก อีกทั้ง ยังมี loan-loss coverage ratio สูง ทำให้มองว่าน่าจะบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้
โดยให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคาร “น้อยกว่าตลาด” จาก 3 เหตุผล ได้แก่ 1. แนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งหลังของปี 2568 จะอ่อนแอกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งฝ่ายวิจัยได้ไปศึกษาข้อมูลในอดีตตั้งแต่ไตรมาส 1/59-1/68 พบว่าทิศทาง NPLs/loans ratio ของธนาคารพาณิชย์ไทยและทิศทาง GDP growth ของไทย มี correlation ติดลบ 40% ซึ่งก็สะท้อนได้ว่าคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ไทยมักจะอ่อนแอลงในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอ
2.ทิศทาง bond yield 1 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 1.52% ปรับลดลง 0.10%เมื่อเทียบกับวันที่ 30 เม.ย. ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ยรอบก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดประเมินว่า ธปท. มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมกนง. ในวันที่ 25 มิ.ย. นี้ หรืออาจจะเป็นการประชุมในรอบถัดไป ซึ่งก็สอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ของฝ่ายวิจัย และจะกดดัน NIM ของกลุ่มแบงก์ในครึ่งหลังของปี 68
และ 3.กลุ่มธนาคารที่ฝ่ายวิจัยศึกษา โดยคาดปี 2568 กำไรจะลดลง 7% จากปีก่อน กดดันจาก NIM ที่อ่อนตัวลง 0.30%โดยประมาณการกำไรปี 2568 ของฝ่ายวิจัยต่ำกว่าประมาณการของตลาดอยู่ราว 6% ทำให้มองว่ามีความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับลดประมาณการกำไรกลุ่มธนาคารลงได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568
ยอดนิยม
THAI ยอมรับราคาหุ้นอาจกระทบ หลังหุ้นจากเจ้าหนี้แปลงทุนเริ่มขายได้ ก.พ. นี้ลั่นต้องดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
ITD เดือด ลามแบงก์รับกรรม! ขึ้นบัญชีดำเขย่าเจ้าหนี้ ผวา! ตั้งสำรองเพิ่ม-ฉุดกำไรปี 69
STECON ของกลุ่ม “อนุทิน” นำทัพส้มหล่น? เกมพลิกหลังรัฐเชือด ITD ลุ้นคว้างานภาครัฐระลอกใหม่
ITD หนี้ท่วมคอ! 12 เดือนข้างหน้า ถึงคิวชำระอื้อ 2.45 หมื่นล้านบาท แถมงานใหม่ยังเสี่ยง