จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : “โควิด19 - โรคระบาด” เพิ่ม หนุน HL ขยายสาขาดันยอดขาย


25 พฤษภาคม 2566
การกลับมาระบาดของโควิด19  ส่งผลดีต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะร้านขายยา และบริษัทเฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL  ผู้บริหารมั่นใจปีนี้รายได้เติบโตกว่า 20% ตั้งเป้าเปิดสาขาแตะ 50 แห่งในสิ้นปีนี้ 

รายงานพิเศษ HL.jpg

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าปัจจุบันผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในสัปดาห์ที่ 20 (วันที่ 14-20 พ.ค. 66) พบจำนวนผู้เสียชีวิต 64 ราย เฉลี่ยวันละ 9 ราย ส่วนใหญ่อายุมาก 70 ปีขึ้นไป และไม่ยอมรับวัคซีน กลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรงเป็นผู้ป่วยปอดอักเสบ 401 ราย ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 226 ราย ซึ่งไม่ได้รับวัคซีน
         
ส่วนกลุ่มผู้ป่วยอาการรุนแรง พบว่า เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 70 ปี และส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนหรือบางรายพบฉีดวัคซีนเพียง 2 เข็ม แต่ยังไม่ได้รับเข็มกระตุ้น ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันหมู่ในประชากรลดลงมาก สายพันธุ์ที่พบการระบาดเป็นสายพันธุ์ใหม่/สายพันธุ์ย่อยอื่นจากต่างประเทศ มีการระบาดเพิ่ม ทั้งในเมืองและชนบท ตามมาด้วยจำนวนผู้ป่วยอาการหนักที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้แม้โรคโควิด-19 จะแพร่ระบาดมากว่า 3 ปี แต่การป้องกันตัวเองส่วนบุคคลยังคงเป็นมาตรการป้องกันการรับและแพร่เชื้อได้เป็นอย่างดี  โดยเน้นย้ำการใส่หน้ากากอนามัยในที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ล้างมือบ่อยๆ และเข้ารับวัคซีนโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์) ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ประชาชนมีความระมัดระวังตัวเองมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะร้านขายยา เนื่องจากความรุนแรงของโควิด 19 ในปัจจุบันมีความรุนแรงไม่มากเมื่อเทียบกับในอดีต 2-3 ปีก่อน  โดยการดูแลรักษาตัวเอง สามารถทำได้เองตามอาการ โดยที่ไม่ต้องไปรักษาในโรงพยาบาล  ทำให้ร้านขายยาจึงได้รับอานิสงส์จากการแพร่ระบาดของโรคต่างๆ

โดยเฉพาะร้านขายยาของบริษัท  เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL  ซึ่งจะมีเภสัชกรอยู่ประจำที่ร้าน  และพร้อมให้คำแนะนำกับลูกค้า  ขณะเดียวกันบริษัทก็มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า 

“ภก.ธัชพล  ชลวัฒนสกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  HL ระบุว่า แผนธุรกิจในไตรมาส 2/2566 บริษัทฯมีแผนเปิดสาขาใหม่ อีก4 สาขา  โดยคาดภายในสิ้นปีนี้บริษัทฯจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 50 สาขา จากปีก่อนที่มีสาขารวม 36 สาขา ซึ่งเน้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อขยายฐานลูกค้าและตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้ปีนี้เติบโตมากกว่า 20% จากปีก่อน

ทั้งนี้ในปี 2565 กลุ่มบริษัทได้เปิดสาขาร้านขายยาทั้งสิ้น 11 สาขา และเปิดเพิ่มอีก 3สาขา ในไตรมาส1ปี2566โดยร้านขายยาที่เพิ่มในช่วงไตรมาส1ปี2566ได้แก่

1) ร้านขายยาไอแคร์ สาขาตลาดเสรี พุทธมณฑลสาย5 

2) ร้านขายยาไอแคร์ สาขาท่าอิฐ นนทบุรี 

3) ร้านขายยาไอแคร์ สาขาตลาดธันยา อ้อมใหญ่

ทำให้ ณ วันที่31มีนาคม 2566  กลุ่มบริษัทมีร้านขายยาเปิดดำเนินการรวมทั้งสิ้น 39 สาขา และมีสาขาร้านขายยาที่อยู่ในระหว่างก่อสร้าง 2 สาขา และเซ็นสัญญาจองพื้นที่แล้วอีก 4 สาขา

ส่วนภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 388.34 ล้านบาท เติบโต 3.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ รายได้กลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, สินค้าสุขภาพสำหรับภายนอกร่างกายและสินค้าบริโภค มีอัตราการเติบโตอยู่ในระดับร้อยละ 16-23 ส่วนรายได้กลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน ลดลงร้อยละ 34.53 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขาย ATK และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดลดลง

โดยกลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 12.80 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ30.19ล้านบาท เนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่ยา และยังไม่ปรับขึ้นราคายา เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด
HL