ถึงเวลาช้อน? โบรกฯ แนะเข้าสู่ช่วงทะยอยสะสม คาด SET สร้างฐาน 1,480–1,500 จุด

โบรกฯ ชี้ตลาด “ถูก” หรือไม่จากระดับมูลค่าเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ มองว่าตอนนี้ เริ่มเข้าสู่โซนที่เหมาะกับการทยอยสะสม คาด SET มีโอกาสสร้างฐานบริเวณ 1,480–1,500 จุด แนะลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่ถูกหลายมิติ มีเงินปันผลช่วยรองรับ และกำไรปี 70 ยังเติบโต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดูว่าตลาด “ถูก” หรือไม่จากระดับมูลค่าเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะข้อมูลย้อนหลังปี 2559-69 ชี้ว่า ตลาดที่เริ่มถูกกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ยังไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป สิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้การสะสมหุ้นได้ผลมากขึ้นคือ ต้องมีทั้งส่วนลดจากมูลค่าที่มากพอ เงินปันผลที่น่าสนใจ และโดยเฉพาะ ทิศทางประมาณการกำไรที่ยังถูกปรับขึ้น
หาก Forward PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีเพียง 0 –1SD หรือราว 13.9–16.7 เท่าผลตอบแทนในอีก 6 เดือนเป็นบวกเพียง 37.8% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.8% ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนกำไรเทียบพันธบัตร (Earnings Yield Gap: EYG) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -5.2% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ให้ผลเฉลี่ย-11.4% สะท้อนว่า แค่เริ่มถูก ยังไม่ใช่ส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากพอ
แต่เมื่อส่วนลดเพิ่มขึ้น ผลย้อนหลังดีขึ้นอย่างชัดเจน โดย Forward PER ต่ากว่าค่าเฉลี่ย 1–1.5SD หรือราว 12.5–13.9 เท่า มีโอกาสให้ผลตอบแทนบวกถึง 92.3% และผลเฉลี่ย +10.7% ส่วน Dividend yield ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5–2SD หรือราว 3.9–4.1% มีโอกาสให้ผลตอบแทนบวก 93.1% และผลเฉลี่ย +10.5% ขณะที่ EYG ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5–2SD ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +18.0%
อย่างไรก็ตาม ตัวแปรที่เปลี่ยนภาพได้มากที่สุดคือทิศทางกำไร เพราะแม้ตลาดจะอยู่ในโซนที่ถูกเพียง 0–1SD แต่หากประมาณการกำไรต่อหุ้นย้อนหลัง 3 เดือนยังถูกปรับขึ้น ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น EYG ในโซนดังกล่าว หากกำไรถูกปรับขึ้น มีโอกาสให้ผลตอบแทน บวก 75% และผลเฉลี่ย +4.7% เทียบกับกรณีกำไรถูกปรับลงที่มีผลตอบแทนบวกเพียง 22.8% และผลเฉลี่ย -8.3% ขณะที่ PER ให้ภาพคล้ายกัน โดยฝั่งกำไรปรับขึ้นให้ผลเฉลี่ย +4.9% เทียบกับ -5.7%ในกรณีกำไรถูกปรับลง
ในทางกลับกัน หากกำไรยังถูกปรับลด ราคาต้องถูกลงมากกว่าปกติเพื่อชดเชยความเสี่ยง เช่น PER จากโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ไปเป็น 1–1.5SD ทาให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในกรณีกำไรถูกปรับลงเปลี่ยนจาก -5.7% เป็น +7.0% ขณะที่ EYG ต้องสูงถึง 1.5–2SD จึงทำให้ผลเฉลี่ยเพิ่มเป็น +14.0% สะท้อนว่าเมื่อกำไรยังไม่ดี นักลงทุนควรรอส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากกว่าเดิม
สำหรับ SET ปัจจุบัน มองว่า เริ่มเข้าสู่โซนที่เหมาะกับการทยอยสะสม โดย Forward PER อยู่ที่ 13.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 1.2SD, Dividend yield 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 2.0SD และ EYG 5.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 1.9SD ขณะที่ประมาณการกำไรยังถูกปรับขึ้น 1.1% ในช่วง 1 เดือน และ10.8% ในช่วง 3 เดือน ทำให้เงื่อนไขด้านราคาและกำไรยังสนับสนุนการสะสมในกรอบ 6 เดือน
ด้านดัชนี มอง SET มีโอกาสสร้างฐานบริเวณ 1,480–1,500 จุด แม้ระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากความกังวล Data Center ในสหรัฐฯ ต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และราคาน้ำมันที่ลดลงกดดันพลังงานต้นน้ำ แต่ราคาน้ำมันที่อ่อนลงกลับช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง เช่น โรงไฟฟ้า SPP และเครื่องดื่ม รวมถึงช่วยลดภาระของไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงาน ขณะที่ประมาณการกำไร SET ยังอยู่ในทิศทางบวกและมูลค่าหุ้นอยู่ในโซนถูก จึงช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของตลาด
ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่ ถูกหลายมิติ มีเงินปันผลช่วยรองรับ และกำไรปี 70 ยังเติบโต ได้แก่ CPN จากรายได้ค่าเช่าและจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น คาด Dividend yield ปี 70 ที่ 4.2%,
CPALL จากความทนทานของยอดขายสินค้าจาเป็นและการบริหารอัตรากำไร Yield 4.3%, BDMS จากการฟื้นของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ Yield 4.2%, OSP จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ เครื่องดื่มฟังก์ชัน Yield 5.1%, CBG จากยอดขายที่เร่งตัวและโอกาสกำไรไตรมาส 4/69 ทำจุดสูงสุดของปี Yield 3.7% และ MEGA (Non-rated) จากธุรกิจผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองและธุรกิจจัดจำหน่ายที่ยังเติบโต พร้อม Yield 5.4%
ยอดนิยม
ตลาดหุ้นไทยไม่รอดแน่! โบรกฯคาดวันนี้ SET ดิ่งแตะ 1,450 จุด เหตุหุ้นกลุ่มเทคฯกดดันหนัก
GULF งบQ3 กำไร 9.28 พันลบ. บุ๊กรายได้พลังงาน รับส่วนแบ่งกำไร AIS แย้มผลงานไตรมาส 4 โตต่อเนื่อง
BCP โชว์ผลงาน 9 เดือนปี 69 เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง
ถึงเวลาช้อน? โบรกฯ แนะเข้าสู่ช่วงทะยอยสะสม คาด SET สร้างฐาน 1,480–1,500 จุด