Talk of The Town

ถึงเวลาช้อน? โบรกฯ แนะเข้าสู่ช่วงทะยอยสะสม คาด SET สร้างฐาน 1,480–1,500 จุด


06 พฤศจิกายน 2569

ถึงเวลาช้อน_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ ชี้ตลาด “ถูก” หรือไม่จากระดับมูลค่าเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ มองว่าตอนนี้ เริ่มเข้าสู่โซนที่เหมาะกับการทยอยสะสม คาด SET มีโอกาสสร้างฐานบริเวณ 1,480–1,500 จุด แนะลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่ถูกหลายมิติ มีเงินปันผลช่วยรองรับ และกำไรปี 70 ยังเติบโต

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การดูว่าตลาด “ถูก” หรือไม่จากระดับมูลค่าเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ เพราะข้อมูลย้อนหลังปี 2559-69 ชี้ว่า ตลาดที่เริ่มถูกกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ยังไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป สิ่งที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้การสะสมหุ้นได้ผลมากขึ้นคือ ต้องมีทั้งส่วนลดจากมูลค่าที่มากพอ เงินปันผลที่น่าสนใจ และโดยเฉพาะ ทิศทางประมาณการกำไรที่ยังถูกปรับขึ้น

หาก Forward PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีเพียง 0 –1SD หรือราว 13.9–16.7 เท่าผลตอบแทนในอีก 6 เดือนเป็นบวกเพียง 37.8% และให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -1.8% ขณะที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนกำไรเทียบพันธบัตร (Earnings Yield Gap: EYG) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -5.2% และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ให้ผลเฉลี่ย-11.4% สะท้อนว่า แค่เริ่มถูก ยังไม่ใช่ส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากพอ

แต่เมื่อส่วนลดเพิ่มขึ้น ผลย้อนหลังดีขึ้นอย่างชัดเจน โดย Forward PER ต่ากว่าค่าเฉลี่ย 1–1.5SD หรือราว 12.5–13.9 เท่า มีโอกาสให้ผลตอบแทนบวกถึง 92.3% และผลเฉลี่ย +10.7% ส่วน Dividend yield ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5–2SD หรือราว 3.9–4.1% มีโอกาสให้ผลตอบแทนบวก 93.1% และผลเฉลี่ย +10.5% ขณะที่ EYG ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5–2SD ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง +18.0%

อย่างไรก็ตาม ตัวแปรที่เปลี่ยนภาพได้มากที่สุดคือทิศทางกำไร เพราะแม้ตลาดจะอยู่ในโซนที่ถูกเพียง 0–1SD แต่หากประมาณการกำไรต่อหุ้นย้อนหลัง 3 เดือนยังถูกปรับขึ้น ผลตอบแทนย้อนหลัง 6 เดือนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น EYG ในโซนดังกล่าว หากกำไรถูกปรับขึ้น มีโอกาสให้ผลตอบแทน บวก 75% และผลเฉลี่ย +4.7% เทียบกับกรณีกำไรถูกปรับลงที่มีผลตอบแทนบวกเพียง 22.8% และผลเฉลี่ย -8.3% ขณะที่ PER ให้ภาพคล้ายกัน โดยฝั่งกำไรปรับขึ้นให้ผลเฉลี่ย +4.9% เทียบกับ -5.7%ในกรณีกำไรถูกปรับลง

ในทางกลับกัน หากกำไรยังถูกปรับลด ราคาต้องถูกลงมากกว่าปกติเพื่อชดเชยความเสี่ยง เช่น PER จากโซนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 0–1SD ไปเป็น 1–1.5SD ทาให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในกรณีกำไรถูกปรับลงเปลี่ยนจาก -5.7% เป็น +7.0% ขณะที่ EYG ต้องสูงถึง 1.5–2SD จึงทำให้ผลเฉลี่ยเพิ่มเป็น +14.0% สะท้อนว่าเมื่อกำไรยังไม่ดี นักลงทุนควรรอส่วนเผื่อความปลอดภัยที่มากกว่าเดิม

สำหรับ SET ปัจจุบัน มองว่า เริ่มเข้าสู่โซนที่เหมาะกับการทยอยสะสม โดย Forward PER อยู่ที่ 13.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 1.2SD, Dividend yield 4.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 2.0SD และ EYG 5.5% สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 1.9SD ขณะที่ประมาณการกำไรยังถูกปรับขึ้น 1.1% ในช่วง 1 เดือน และ10.8% ในช่วง 3 เดือน ทำให้เงื่อนไขด้านราคาและกำไรยังสนับสนุนการสะสมในกรอบ 6 เดือน

ด้านดัชนี มอง SET มีโอกาสสร้างฐานบริเวณ 1,480–1,500 จุด แม้ระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากความกังวล Data Center ในสหรัฐฯ ต่อกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และราคาน้ำมันที่ลดลงกดดันพลังงานต้นน้ำ แต่ราคาน้ำมันที่อ่อนลงกลับช่วยลดต้นทุนให้ธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง เช่น โรงไฟฟ้า SPP และเครื่องดื่ม รวมถึงช่วยลดภาระของไทยในฐานะประเทศผู้นำเข้าพลังงาน ขณะที่ประมาณการกำไร SET ยังอยู่ในทิศทางบวกและมูลค่าหุ้นอยู่ในโซนถูก จึงช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลงของตลาด

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่ ถูกหลายมิติ มีเงินปันผลช่วยรองรับ และกำไรปี 70 ยังเติบโต ได้แก่ CPN จากรายได้ค่าเช่าและจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น คาด Dividend yield ปี 70 ที่ 4.2%,

CPALL จากความทนทานของยอดขายสินค้าจาเป็นและการบริหารอัตรากำไร Yield 4.3%, BDMS จากการฟื้นของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ Yield 4.2%, OSP จากการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ เครื่องดื่มฟังก์ชัน Yield 5.1%, CBG จากยอดขายที่เร่งตัวและโอกาสกำไรไตรมาส 4/69 ทำจุดสูงสุดของปี Yield 3.7% และ MEGA (Non-rated) จากธุรกิจผลิตภัณฑ์แบรนด์ของตัวเองและธุรกิจจัดจำหน่ายที่ยังเติบโต พร้อม Yield 5.4%