Talk of The Town

โบรกฯ เตือนแรง! หุ้นไทยเดือนพ.ย.ผันผวนหนัก แนะนำหุ้นปันผล-กำไรดี


02 พฤศจิกายน 2569

โบรกฯ เตือนแรง!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ ชี้ตลาดเดือน พ.ย. ยังมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วงต้นเดือน แนะหุ้นปันผลและธุรกิจที่กำไรทนต่อความผันผวน ควบคู่กับหุ้นที่กำไร ไตรมาส 3–4/69 เด่น ช็อก! เดือนต.ค. DELTA ซึ่งกดดัชนีราว 30 จุดจากทั้งหมด 41 จุดที่ SET ลดลง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มองตลาดเดือน พ.ย. ยังมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนจากทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯการเลือกตั้งกลางเทอม และความเสี่ยงสงคราม แม้ภาวะขายมากเกินไปเปิดโอกาสให้ SET เด้งกลับระยะสั้นบริเวณ 1,480–1,500 จุด แต่ยังไม่ใช่จังหวะเพิ่มความเสี่ยงทั้งพอร์ต กลยุทธ์จึงเน้น หุ้นปันผลและธุรกิจที่กำไรทนต่อความผันผวน ควบคู่กับหุ้นที่กำไร ไตรมาส 3–4/69 เด่น และหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัวหนุน

โดยภาพตลาดเดือน ต.ค. สะท้อนการหมุนเงินชัดเจน โดย SET ลดลง 2.6% จากเดือนก่อน แต่แรงขายกระจุกในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์และโรงกลั่น โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งกดดัชนีราว 30 จุดจากทั้งหมด 41 จุดที่ SET ลดลง ขณะที่เงินไหลเข้าสู่พลังงาน โรงไฟฟ้า ธนาคาร ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และหุ้นปันผล ส่งผลให้ SETHD สวนตลาดเพิ่มขึ้น 2.7% จากเดือนก่อน สะท้อนว่าการเลือกกลุ่มและรายหุ้นยังสร้างโอกาสได้ แม้ดัชนีโดยรวมอ่อนตัว

ขณะเดียวกันต่างชาติขายสุทธิเดือน ต.ค. ราว 6.6 พันล้านบาท แต่ตั้งแต่ต้นปียังซื้อสุทธิราว 1.8 หมื่นล้านบาทและแรงขายล่าสุดกระจุกในกล่มุ อิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ยังซื้อ PTTEP, CRC, CPN, TRUE, BDMS และ GULF ประกอบกับประมาณการกาไร SET เดือน ต.ค. ยังถูกปรับขึ้น 1.3% จากเดือนก่อน และ 18.1% จากต้นปี โดยมี SCC, BGRIM, EGCO, GULF, PTTEP, BJC, COM7, TRUE, ICHI แ ล ะ OSP ถูก ปรับประมาณการขึ้น จึงยังไม่เห็นสัญญาณว่าการปรับฐานของตลาดเกิดจากภาพกำไรโดยรวมที่แย่ลง

โดยแรงกดดันหลักยังอยู่ที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ หลังงบ Big Tech ทาให้ตลาดกังวลต่อภาระลงทุนและกระแสเงินสด ขณะที่ DELTA มีผลประกอบการต่ำกว่าคาดจากการตั้งสารองสินค้าคงเหลือ และแผนสร้างฐานผลิตของบริษัทแม่ในมาเลเซียเพิ่มความกังวลต่อการจัดสรรคำสั่งซื้อในอนาคต ส่วนกลุ่มโรงกลั่นถูกกดดันเพิ่มเติมจากการปรับโครงสร้างราคา ณ โรงกลั่น ซึ่งประเมินกระทบกำไรปีหน้าของ BCP 12%, IRPC 24%, SPRC 16%, TOP 10% และ PTTGC 8%

ในทางกลับกัน ธนาคารเริ่มน่าสนใจขึ้น หลัง กนง.คงดอกเบี้ยและส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ไตรมาส3/26 ฟื้นจากไตรมาสก่อน เป็นครั้งแรกในรอบสองปี ทำให้แรงกดดันจากวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงเริ่มผ่านจุดแย่ที่สุด ขณะที่หาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในช่วงปลายปี 70 คาดช่วยเพิ่มกำไรกลุ่มราว 3–4% ส่วนค้าปลีก เครื่องดื่ม ห้างสรรพสินค้า และโรงพยาบาลยังได้เปรียบจากฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อและความสามารถรักษาอัตรากำไรได้ดีกว่า ท่ามกลางการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ยังไม่ทั่วถึง

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามเดือน พ.ย. ได้แก่ ข้อมูลภาคการผลิตและการจ้างงานสหรัฐฯ การเลือกตั้งกลางเทอม ความเสี่ยงสงคราม ความชัดเจนของเกณฑ์ Data Center ที่เตรียมเสนอ ครม. เงินเฟ้อไทย ผลประกอบการ ไตรมาส 3/69 และแนวโน้มไตรมาส 4/69 รวมถึงความคืบหน้า TISA ซึ่งอาจช่วยหนุนหุ้นปันผลมากกว่าดัชนีโดยรวม 

ขณะที่ GDP ไตรมาส 3/69 มีโอกาสได้แรงบวกหากมีการปรับข้อมูลภาคการผลิตให้สะท้อนอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้น และภาคท่องเที่ยวกาลังเข้าสู่ฤดูกาลสูง โดยยังให้น้ำหนักนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีการใช้จ่ายต่อคนสูงมากกว่าการดูเพียงจำนวนผู้เดินทาง

ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนเดือน พ.ย. แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1. หุ้นปันผล–เชิงรับ: CPN คาด Dividend yield ปี 70 ที่ 4.2%, OSP 5.2%, ICHI 7.6%, TLI 5.8%, BDMS 4.2% และ TRUE 4.2% รับทั้งกระแสเงินปันผลและโอกาสจาก TISA ในปีหน้า

2. หุ้นกำไรเด่น 3Q–4Q26: AWC และ CRC และ 3. หุ้นเก็งปัจจัยเฉพาะ: GULF และ EGCO (Non-rated) จากความคืบหน้าร่างเกณฑ์ Data Center