3 หุ้นอิเล็กฯ เติบโตครั้งใหญ่ โบรกฯ ลั่นกำไรปี 69-71 โต 34-48% เชื่อกระแส AI กำลังขยายตัว

3 หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ โบรกฯ กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหญ่ กำไรปี 2569-2571 โต 34-48% หลังกระแส AI กําลังขยายตัวหนุนคําสั่งซื้อจํานวนมาก ชูหุ้นเด่น KCE รองลงมา DELTA
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์จํากัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า คงนํ้าหนักลงทุน “OVERWEIGHT” กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากกระแส AI กําลังขยายตัวเป็นวงกว้าง ส่งผลให้เกิดคําสั่งซื้อจํานวนมากตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับโลก
ขณะเดียวกันประเทศไทยมีจุดยืนที่เป็นกลางทางการเมือง ส่งผลให้ภาคอิเล็กทรอนิกส์ของไทยได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ทั้งในแง่ของคําสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศ
อานิสงส์จากการเติบโตของ AI ยังส่งผลบวกต่อเนื่องไปยังกลุ่ม non-AI เนื่องจากกําลังการผลิตบางส่วนที่เดิมไม่ได้เกี่ยวข้องกับ AI ถูก ปรับเปลี่ยนมาเพื่อรองรับความต้องการในส่วนนี้ท่ามกลางภาวะอุปทานขาดแคลน
และคาดว่าบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนํา 3 แห่งที่เราดูแลอยู่จะเข้าสู่รอบวัฏจักรการเติบโตของกําไรครั้งใหม่ โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 34%, 72% และ 48% ในปี 2569–2571
สำหรับวัฏจักรการลงทุนด้าน AI เริ่มต้นในปี 2023 โดยความต้องการกระจุกตัวอยู่ในผลิตภัณฑ์สําหรับ ฝึกฝน AI ที่มีความซับซ้อนสูง เช่น GPU และชิ้นส่วนขั้นสูง ปัจจุบัน AI กําลังขยายวงกว้าง โดยถูกนําไปใช้ในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปมากขึ้น ทําให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานเพิ่มขึ้นไปด้วย เช่น เครื่องรับส่งสัญญาณแสงเพื่อถ่ายโอนข้อมูลผ่านแสง และออสซิลโลสโคปของอุปกรณ์ทดสอบเพื่อตรวจสอบคุณภาพสัญญาณในดาต้าเซนเตอร์ AI
กระแส AI ที่เติบโตรวดเร็วทําให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าในห่วงโซ่อุปทานบางส่วน ทําให้มีการปรับกําลังการผลิตบางส่วนจากกลุ่ม non-AI มารองรับความต้องการในห่วงโซ่อุปทาน AI DELTA ซึ่งอยู่ใน ห่วงโซ่อุปทาน AI ระดับต้นนํ้าได้ประโยชน์ตั้งแต่ช่วงแรกของวัฏจักรการลงทุน AI ในช่วงหลายปีที่ก่อน
ส่วน HANA ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่อุปทานระดับปลายนํ้าในอุตสาหกรรม EMS ไม่ได้รับประโยชน์ในช่วงแรก แต่เริ่มได้รับคําสั่งซื้อใหม่ที่เกี่ยวกับ AI แล้ว ส่วน KCE ซึ่งยังไม่ได้อยู่ในห่วงโซ่อุปทานAI กําลังได้รับคําสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากกําลังการผลิตในกลุ่ม non-AI ที่ตึงตัวขึ้นและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกําไร คาดว่า EPS จะเข้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหญ่เฉลี่ยที่ 48% ในปี2569-2571 หนุนโดยยอดขายในสกุลดอลลาร์ที่เติบโต 46% ต่อปี และ EBIT Margin ที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2570 จากอัตราการใช้กําลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น การประหยัดต้นทุน สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและการประหยัดต่อขนาด คาดว่ากําไรของกลุ่มจะเพิ่มขึ้น 23% ครึ่งปีแรก และ 23% จากช่วงเดียวกัน ในครึ่งปีหลังปี 69 และเติบโต 72% ในปี 2570
ดังนั้น แนะนํา “ซื้อ” หุ้นทั้ง 3 ตัว โดย KCE เป็น Top Pick ด้วยได้ประโยชน์จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ หนุนคําสั่งซื้อ และฐานลูกค้าที่กระจายตัวมากขึ้น คาดว่า EPS จะโต 144% จากช่วงเดียวกัน ในครึ่งปีหลังปี 69 และ 83%,108%, 36% ในปี2569-2571 โดย DELTA กลายเป็นตัวเลือกอันดับสอง เนื่องจากมีปัจจัยลบจากแนวโน้มกําไรในระยะสั้นที่อาจสะดุดลงจากปัญหาการขาดแคลนในห่วงโซ่อุปทาน
รวมถึงความเสี่ยงในระยะยาวจากการที่ DELTA ไต้หวันอาจขยายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่น แต่ด้วยเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บริหารจัดการพลังงานชั้นนําระดับโลก จึงได้ประโยชน์โดยตรงจากกระแส AIและมีแนวโน้มเติบโตเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่งในระยะยาว เราคาดว่า EPS จะโต 31/71/49% ในปี 2569-2571
ส่วน HANA เป็นหุ้นฟื้นตัว โดยสามารถคว้าคําสั่งซื้อใหม่ที่เกี่ยวกับ AI ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีผลขาดทุน คาดว่า EPS จะโต 70%,61% และ 16% ในปี 2569 -2571
ยอดนิยม
SCC มั่นใจปีนี้รายได้โต4-5% ยอดขาย-ราคาขายปรับตัวขึ้น Adjusted Cash EBITDA ทะลุ 6 หมื่นลบ.
ผวา! ตลาดหุ้นไทยวันนี้ เผชิญแรงกดดันรอบด้าน อาจฉุด SET แตะ 1,530 จุด
GULF งบไตรมาส 3 อาจสะดุด โบรกฯ คาดกำไรเหลือ 9 พันลบ. เหตุไร้กำไรพิเศษ-ปันผล KBANK ลด
จับตา! PTTEP แจ้งงบวันนี้ ลุ้นโกยกำไร 2.3 หมื่นลบ. หลังราคาขายก๊าซสูงกว่าคาด