Talk of The Town

บิ๊กดีล SCC-PTTGC ส่งผลดียาว Synergy สนั่น 6.8 พันลบ./ปี โบรกฯ ชี้อัพไซด์ SCC 20 บาท PTTGC 7 บาท


29 ตุลาคม 2569

บิ๊กดีล SCC-PTTGC_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

ดีลใหญ่คืบหน้า SCC และ PTTGC เปิดผลการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือทางธุรกิจ Olefins และ Polyolefins คาดสร้างมูลค่าประโยชน์ร่วมกันภายใต้การดำเนินการ JV คาดว่าจะมี Recurring Synergy Benefit มูลค่ากว่า 5.1 – 6.8 พันล้านบาท/ปี โบรกฯ มองเป็นบวกระยะยาว ดัน SCC มูลค่าส่วนเพิ่มต่อหุ้นที่ 15-20 บาท/หุ้น และ PTTGC ราว  5-7 บาท/หุ้น 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากกรณี  SCC และ PTTGC แจ้งความคืบหน้าการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการความร่วมมือทางธุรกิจ Olefins และ Polyolefins ในประเทศไทย

โดย SCGC และ PTTGC ได้บรรลุข้อตกลงสาระสำคัญ และเงื่อนไขการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Potential JV) เพื่อเสริมสร้างความเป็นผู้นำในธุรกิจปิโตรเคมีระดับภูมิภาค โดยจะรวมจุดแข็ง ของ PTTGC ด้านธุรกิจต้นน้ำ การเข้าถึงวัตถุดิบที่บูรณาการร่วมกับธุรกิจการกลั่น ร่วมกับ SCGC ที่มีความแข็งแกร่งด้านธุรกิจปลายน้ำ โดยเฉพาะเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญใน ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (HVA) 

สำหรับการสร้างมูลค่าประโยชน์ร่วมกันภายใต้การดำเนินการ JV คาดว่าจะมี Recurring Synergy Benefit มูลค่ากว่า 5.1 – 6.8 พันล้านบาท/ปี มาจาก 1) ประสิทธิภาพด้านวัตถุดิบ และ Supply Chain เช่น ความยืดหยุ่นใช้วัตถุดิบ ประสิทธิภาพการขนส่ง-การใช้ สาธารณูปโภค การบริหารสินค้าคงคลัง การจัดซื้อ 2) ด้านความเป็นผู้นำในตลาด เช่น การ ขยายฐานลูกค้า กลยุทธ์ด้านพาณิชย์ ฯลฯ 3) ด้านการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาการวางแผนซ่อมบำรุงโรงงาน 

SCGC จะถือหุ้นสัดส่วน 44% ใน JV ทำให้มีสถานะเป็นบริษัทร่วมของ SCC รับรู้ผลประกอบการผ่าน Equity Methodขณะที่ PTTGC จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือสัดส่วน 56%

โดยทั้ง 2 บริษัทจะจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 3 ธ.ค. จากนั้นจะยื่นขออนุมัติจากคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าภายในครึ่งแรกปี 70 และการจัดตั้ง JV จะแล้วเสร็จภายในครึ่งหลังปี 70

สำหรับขอบเขตของ JV นี้ ประกอบด้วยสินทรัพย์ธุรกิจ Olefins และ Polyolefins ในประเทศไทย สำหรับ SCGC จะรวมถึงโรงงาน Olefins โรงงาน PE PP และเงินลงทุนในบริษัทร่วมทุน 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท Siam Polyethylene, Siam Synthetic Latex, Thai MMA และ Bangkok Synthetics (Butadiene) ส่วน PTTGC ได้แก่ โรงงาน Olefins โรงงาน PE และเงินลงทุนบริษัท HMC Polymers (PP) 

ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวถือเป็นการรายงานความคืบหน้า และรายละเอียดที่เพิ่มขึ้นของการจัดตั้ง JV โดยเชิงกลยุทธ์มองเป็นบวกระยะยาวต่อทั้ง SCGC และ PTTGC ช่วยยกระดับความสามารถแข่งขัน ให้สามารถรองรับต่อความผันผวน ความไม่สมดุลของตลาด และการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ดีขึ้นผ่านการรวมจุดเด่นของ 2 บริษัทเข้าด้วยกัน 

ภายหลังธุรกรรมจัดตั้ง JV แล้วเสร็จ คาดกำลังผลิตของ JV รวมอยู่ที่ 14.3 ล้านตัน แบ่งเป็นโอ เลฟินส์ 7.1 ล้านตัน โพลีโอเลฟินส์ 4.1 ล้านตัน บริษัทร่วมทุน (PP LLDPE ฯลฯ) รวม 3.1 ล้าน ตัน โดยมาจาก SCGC 7.6 ล้านตัน และ PTTGC 6.7 ล้านตัน 

ขณะที่ประโยชน์จากมูลค่า Synergy ของ JV ข้างต้นเป็นปัจจัยที่ยังไม่รวมไว้ในประมาณการ ทั้งนี้เบื้องต้นหากอ้างอิงมูลค่าข้างต้น คาด Synergy Benefit จะคิดเป็น Upside ต่อกำไรส่วนเพิ่ม (ในปีเมื่อรับรู้ Synergy เต็มที่) ให้ SCC และ PTTGC ราว 8-11% และ 12-16% ตามลำดับ และคิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่มต่อหุ้นที่ 15-20 บาท/หุ้น และ 5-7 บาท/หุ้น ตามลำ ดับ 

สำหรับ SCC คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 300.00 บาท และ PTTGC คงคำแนะนำ TRADING ราคาเหมาะสม 57.00 บาท