Smart Investment

"กลุ่มจุฬางกูร-มหากิจศิริ" เทหุ้น SUSCO หลังราคาออลไทม์ไฮรอบ 5 ปี


25 มกราคม 2566
597
by.พูเมซ่า 

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ ดัชนียังผันผวนหลังจากหุ้นกลุ่มแบงก์ประกาศผลการดำเนินงานงวดQ4/65 ออกมาต่ำกว่าคาดหมายทำให้เกิดแรงเทขายออกมาอย่างหนัก ขณะที่บล.ทรีนีตี้ ระบุว่าปัจจัยที่น่าจับตาสัปดาห์นี้ ประกอบด้วย การประชุม กนง. ของไทยในวันที่ 25 ม.ค. โดยคาดว่าจะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.25% สู่ระดับ 1.50% ได้ ซึ่งถือเป็นระดับ Natural rate ของไทยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์โควิดปี 2020 ทั้งนี้ เรายังคงมุมมองเดิมว่า หลังจากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เสร็จ กนง. น่าจะกลับเข้าสู่โหมด Wait & See เพื่อรอดูทิศทางนโยบายการเงินของประเทศอื่นๆ ซึ่งหากกรณีที่ กนง. ขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง คาดว่าเงินบาทและ Fund flow น่าจะตอบรับเชิงบวกได้อีกเล็กน้อย 
คอลัม ประยุทธ มหากิจศิริ โละหุ้น 250123SUSCO.jpg

ขณะที่รายงานตัวเลขส่งออก-นำเข้าของไทยประจำเดือนธันวาคมในวันที่ 24 ม.ค. ซึ่งล่าสุดตลาดคาดการณ์หดตัวทั้งคู่ที่ระดับ 11% และ 8% ตามลำดับ แนะติดตามยอดการส่งออกไป 2 ประเทศสำคัญที่สุดทั้งสหรัฐฯและจีนว่าจะมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมาได้บ้างหรือไม่ หากไม่คาดว่าจะเป็นปัจจัยจำกัด Upside ที่สำคัญของหุ้นกลุ่มส่งออกซึ่งยังคงเป็นกลุ่มที่แนะนำ Underweight ต่อไป

สำหรับการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในส่วนของหุ้นที่มีการปิดสมุดทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด อย่างหุ้นSUSCO  หรือบริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) โดยณ วันที่ 13 ม.ค. 2566 พบว่า มีการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ โดย "ประยุทธ มหากิจศิริ"นักธุรกิจชื่อดังในนาม"เจ้าพ่อเนสกาแฟ" ล่าสุดไม่ปรากฎรายชื่อว่าเป็นผู้ถือหุ้นSUSCO จากเดิม ณ โครงสร้างผู้ถือหุ้นวันที่ 9 กันยายน 2565 ได้ถือหุ้นอยู่จำนวน 94,610,600 หุ้นคิดเป็น 8.60 % และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 รวมขณะที่ "อุษณา มหากิจศิริ" ก็ไม่ปรากฎรายชื่อเช่นกัน จากเดิมที่เคยถือหุ้น 42,500,000 หุ้นคิดเป็น 3.86% และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 

 ทั้งนี้ หากพิจารณาในแบบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พบว่า มีรายงานการจำหน่ายหุ้นของ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน)ของ"ประยุทธ มหากิจศิริ" ซึ่งเป็นการจำหน่าย เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย คิดเป็น 0.3405% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย คิดเป็น 4.8242% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

ดังนั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรายชื่อโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด น่าจะสะท้อนได้ว่า กลุ่มตระกูลมหากิจศิริ ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเกือบทั้งหมดแล้ว

หากย้อนไปในช่วงต้นปี 2565 จะพบว่า "ทวีฉัตร จุฬางกูร"เคยปรากฎการถือครองหุ้น SUSCO จำนวน  28,933,300    หุ้นคิดเป็น 2.63% ต่อมาก็ได้ทยอยลดสัดส่วนจนปัจจุบันก็ไม่ปรากกฎการถือครองหุ้นแต่อย่างใด 

อย่างไรก็ตามการลดสัดส่วนของทั้งสองตระกูลดังในปี 2565 อาจจะเป็นสัญญาณบ่งชี้การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ โดยบริษัทฯกำลังมีการเปลี่ยนแปลงปรับโครงสร้างการถือหุ้นบริษัทย่อย ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป

สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของ SUSCO  ณ วันที่ 13 ม.ค. 2566 ประกอบด้วย                                                                                                                                                         
 รายชื่อ   จำนวน(หุ้น) % การถือครอง
มงคล สิมะโรจน์  160,000,000  15.24
ไทยเอ็นวีดีอาร์  72,826,132    6.94
ซัสโก้  50,000,100    4.76
ภิมุข สิมะโรจน์  42,000,000    4.00
มาวีร์ สิมะโรจน์    35,000,000  3.33
พนัส รุ่งนพคุณศรี   28,491,400 2.71
วิบูลย์ ผาณิตวงศ์   20,568,600 1.96
พงศธร ฉัตรนะรัชต์   18,000,000  1.71
วีรินทร์ สิมะโรจน์       15,000,000  1.43
อัมรินทร์ สิมะโรจน์ 12,110,000   1.15
                                
สำหรับการเคลื่อนไหวราคาหุ้นSUSCO ในรอบปี 2565 ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 24.07% จากราคา 3.24 บาท เพิ่มเป็น 4.02 บาท และเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 5.15 บาทต่อหุ้นในช่วงเดือนต.ค. 2565 และเป็นระดับราคาสูงสุดตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งกลุ่มมหากิจศิริได้เข้ามาปรากฎการถือครองหุ้นดังกล่าว