รายงานพิเศษ : BKGI ขยายบทบาทผู้นำจีโนมิกส์ไทย รับกระแสป้องกันโรคและสังคมสูงวัย เตรียมเข้า Genomics Thailand เฟส 2

BKGI เดินหน้าสร้างการเติบโตบนธุรกิจ Genomics และ Precision Medicine หลังรายได้ปี 2568 ขยายตัว 11.8% จากแรงส่งสินค้ากลุ่มห้องปฏิบัติการ ขณะที่สังคมสูงวัยและความต้องการสุขภาพเชิงป้องกันหนุนโอกาสการขยายบริการ ตั้งแต่มะเร็งสู่ Wellness & Longevity
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของระบบสุขภาพสู่การดูแลเฉพาะบุคคลและการป้องกันโรคก่อนเกิดอาการ บมจ.แบงคอกจีโนมิกส์อินโนเวชั่น (BKGI) กำลังเร่งขยายบทบาทในธุรกิจ Genomics และ Precision Medicine เพื่อรองรับความต้องการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ภาพการเติบโตของธุรกิจสะท้อนจากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่บริษัทมีรายได้รวม 386.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.86 ล้านบาท หรือ 11.81% จากปีก่อน โดยรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ห้องปฏิบัติการอยู่ที่ 111.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.96% ขณะที่รายได้จากบริการเพิ่มขึ้น 4.34% แม้เผชิญการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเบิกจ่ายบริการคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์
ดร.เสาวลักษณ์ ด่านสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BKGI กล่าวว่า บริษัทมุ่งขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจ Genomics และ Precision Medicine เพื่อสอดรับกับนโยบายผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub รวมถึงแนวโน้มเวชศาสตร์ป้องกันที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ปัจจัยเชิงโครงสร้างที่สนับสนุนตลาดสุขภาพเชิงป้องกันของไทย คือการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในปี 2567 ไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 13.68 ล้านคน เพิ่มจาก 11.63 ล้านคนในปี 2563 การเพิ่มขึ้นของประชากรกลุ่มนี้ทำให้ความต้องการดูแลสุขภาพระยะยาว การประเมินความเสี่ยงโรค และบริการที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต มีแนวโน้มเป็นตลาดสำคัญมากขึ้น
สำหรับ BKGI กลยุทธ์หลักคือการเพิ่มศักยภาพบริการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม ควบคู่กับการรุกตลาดการแพทย์แม่นยำด้านโรคมะเร็ง ตั้งแต่การตรวจคัดกรองความเสี่ยง การตรวจเพื่อสนับสนุนการเลือกยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยรายบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลการรักษา
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพัฒนาการของวงการแพทย์โลก ซึ่งงานวิชาการในวารสาร Nature Medicine ระบุว่า ความก้าวหน้าด้านจีโนมิกส์ได้ขยายการใช้งานสู่การวินิจฉัย การพยากรณ์โรค การบริหารจัดการรักษา การประเมินความเสี่ยง และการวางมาตรการป้องกันโรค อย่างไรก็ดี การขยายบริการยังต้องอาศัยการลงทุนด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการเข้าถึงบริการอย่างเหมาะสม
อีกด้านหนึ่ง บริษัทมองเห็นโอกาสจากตลาด Wellness & Longevity จึงวางโมเดลธุรกิจ B2B เพื่อสนับสนุนคลินิกและพันธมิตรด้วยผลิตภัณฑ์ตรวจทางพันธุกรรม รวมถึงบุคลากรผู้ให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์ เพื่อช่วยให้พันธมิตรสามารถพัฒนาบริการสุขภาพเชิงป้องกันที่มีข้อมูลรองรับและตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ครบวงจรมากขึ้น
สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทคาดว่าจะมีแรงหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากยอดขายน้ำยาตรวจ ภายหลังการส่งมอบเครื่อง Sequencing หรือ NGS รวมถึงรายได้จากการให้บริการกลุ่ม Oncology ที่มีการเบิกจ่ายผ่านสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. อย่างสม่ำเสมอ
BKGI ยังเดินหน้าต่อยอดฐานลูกค้าเดิมของ NIFTY ด้วยบริการตรวจพาหะทางพันธุกรรม หรือ Carrier Screening การตรวจตัวอ่อน PGT-A และการจำหน่ายเครื่อง NGS ขนาดเล็กให้คลินิกสามารถตรวจวิเคราะห์ได้เอง โดยมีบริษัทสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญ กลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากฐานลูกค้าเดิม และขยายบทบาทของบริษัทจากผู้ให้บริการตรวจสู่ผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านจีโนมิกส์แก่พันธมิตร
ขณะเดียวกัน นโยบาย Medical Hub ของภาครัฐยังเป็นบริบทสนับสนุนในระยะยาว โดยกระทรวงสาธารณสุขอยู่ระหว่างขับเคลื่อนร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Wellness and Medical Service Hub ระยะปี 2568–2577 ขณะที่ BKGI เตรียมความพร้อมสำหรับโอกาสในโครงการ Genomics Thailand เฟส 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญโดยตรง
จากฐานรายได้ที่เริ่มกระจายสู่ผลิตภัณฑ์ห้องปฏิบัติการ บริการตรวจวิเคราะห์ และบริการสุขภาพเฉพาะบุคคล ประกอบกับแรงหนุนจากสังคมสูงวัยและนโยบายสุขภาพของประเทศ BKGI จึงอยู่ในจังหวะสร้างการเติบโตระยะยาว โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์ให้เป็นบริการที่เข้าถึงตลาดได้จริงและต่อเนื่อง