Talk of The Town

SKY-III รับปัจจัยบวกหนุนกำไร ครม.อนุมัติโครงการ 6.7 หมื่นลบ.ให้ AOTGA ลุยให้บริการภาคพื้น-คลังสินค้าที่สุวรรณภูมิ


09 กันยายน 2569

SKY-III รับปัจจัยบวกหนุนกำไร_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทน 2 โครงการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตามที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เสนอ ได้แก่ โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบการรายที่ 3 และโครงการให้บริการคลังสินค้าของผู้ประกอบการรายที่ 3 โดยมีบริษัท บริการภาคพื้นท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA เป็นเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมลงทุนทั้ง 2 โครงการ

โดยมุมมองจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า โครงการ AOT Ground Aviation Services (AOTGA) เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีอายุสัญญาถึง 25 ปี

สำหรับส่วนแบ่งการตลาดต้องใช้เวลาในการสร้าง แต่จากที่ AOTGA เป็นผู้เล่นรายที่ 3 ในตลาดที่ขยายตัวและผู้เล่นสองรายเดิมทำงานเต็มมือแล้ว ทำให้โอกาสเติบโตเด่นเป็นไปได้ไม่ยาก ในระยะยาวส่วนแบ่งการตลาดของ AOTGA คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 15-20% ภายใต้สมมติฐานส่วนแบ่งการตลาดที่ระดับดังกล่าว ซึ่งคาดว่า AOTGA จะทำกำไรที่ราว 700-1,000 ล้านบาทต่อปี  โดย SKY ที่ถือสัดส่วนสุทธิใน AOTGA ที่ประมาณ 24% ขณะที่ III ถืออยู่ที่ประมาณ 13% เป็นบวกต่อหุ้นทั้งคู่ในวันนี้

สำหรับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY โครงการ AOTGA มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เนื่องจากเป็นการต่อยอดธุรกิจ Aviation Technology เดิม ที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมทั้ง CUPPS, APPS, Biometric และ Smart Airport Solutions อยู่แล้ว ให้ครบวงจรบนสัญญาระยะยาว

บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 69 เติบโตราว 20% จากปีก่อน และคาดว่าการเติบโตจะต่อเนื่องในปี 70 จากการทยอยรับรู้รายได้ในมือ (Backlog) ประกอบกับโอกาสได้รับงานประมูลภาครัฐเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงการด้าน Aviation Technology และ Digital Infrastructure

ทั้งนี้คงมุมมองประมาณการกำไรปกติปี 69 ที่ 923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปีก่อน และเติบโตต่อเป็น 1.15 พันล้านบาท ในปี 70 เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ราว 28% ในช่วงปี 69 -70 

ขณะที่คาดกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.29 บาท ในปี 69 และ 1.61 บาท ในปี 70 โดยสมมติฐานปี 69 ของเราให้รายได้เติบโต 18.5% จากปีก่อน ถือเป็นสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมเทียบกับเป้าหมายของบริษัท เบื้องต้นประเมินมูลค่าพื้นฐานโดยอิง PER ปี 69 ที่ 20 เท่า คิดเป็นราคาเหมาะสมเบื้องต้น ณ สิ้นปี 69 ที่ 25.75 บาทต่อหุ้น

ด้าน บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III แนะนำ ”ซื้อ” โดยปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 70 เป็น 7.40 บาทต่อหุ้น Valuation ยังถูกกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม พร้อมคาดการณ์ Div. Yield ที่ราว 6% มองว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับกลุ่ม รอสัญญาณบวกจากการเริ่ม Cargo Airline และ AOTGA เริ่มให้บริการภาคพื้นและสร้างคลังสินค้า

โดย AOTGA มีความสำคัญต่อ III จากการเป็นส่วนสำคัญของการทำ Vertical Integration ให้ธุรกิจของตนเองครบวงจรมากยิ่งขึ้น และด้วยระยะเวลาสัมปทานที่นานถึง 25 ปี จะทำให้ III ได้ปัจจัยเติบโตใหม่ในระยะยาว

ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 69 เป็น 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน และประมาณการกำไรปี 70 เป็น 499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน นอกจากนี้ ปรับเพิ่ม Multiple ในการประเมินมูลค่าจาก PER27 10 เท่า ขึ้นเป็น PER27 12 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของบริษัท เพื่อสะท้อน Business model ใหม่ที่จะทำให้บริษัทสร้างมูลค่าจาก Supply Chain ได้มากยิ่งขึ้น