Talk of The Town

PTG วันนี้วอลุ่มแน่น! มีมูลค่าซื้อขายเกิน 300 ลบ. ราคาพุ่ง 7% แตะ 8.50 บาท


08 กันยายน 2569

PTG วันนี้วอลุ่มแน่น!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้นบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (8 ก.ย.2569) ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดที่ระดับ 8.50 บาท เพิ่มขึ้น 7.5% หรือเพิ่มขึ้น 0.60 บาทต่อหุ้น และมีมูลค่าการซื้อขายมากกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 5 เดือน

ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันราคาหุ้นของ PTG ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากแล้วกว่า 18% ขณะเดียวกันราคาหุ้น PTG เคยปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดของปีที่ราคา 10.10 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 25 ก.พ.2569 และเคยทำจุดต่ำสุดของปีที่ระดับ 7.05 บาท เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่าข้อมูลจากงานประชุมนักวิเคราะห์ โดยบริษัทฯปรับเป้าหมายจำนวนสาขาธุรกิจ และเป้าหมายการดำเนินงานปี 2569 ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจ และตลาดพลังงาน 

โดยปรับลดจำนวนสาขาธุรกิจกาแฟ Punthai ณ สิ้นปี 2026 เป็น 2,751 สาขา จากเดิม 2,951 สาขาแต่ยังขยายตัว 600สาขา จากปีก่อนและเป็นการปรับลดจากสัดส่วนลงทุนรูปแบบ Franchise ที่ชะลอตัวตามปัจจัยมหภาค ขณะที่การลงทุนในส่วนของบริษัทฯ (Equity) ยังเป็นไปตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกันปรับลดการเติบโตยอดขายน้ำมันเป็น -5% ถึงทรงตัว จากปีก่อน ซึ่งเดิมคาดเพิ่มขึ้น 3-5% และ EBITDA Growth ทรงตัวถึง +5% จากปีก่อน (vs เติบโต 8-12%) อย่างไรก็ตามในช่วงครึ่งแรกปี 69 ยอดขายน้ำมัน ลดลง 5.2% จากปีก่อน และ EBITDA Growth ลดลง 8.1% จากปีก่อน สะท้อนว่าทิศทางครึ่งหลังปี 69 จะเห็นการฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปริมาณขาย และEBITDA รวมถึงปรับลดงบประมาณลงทุนเหลือ 3-4 พันล้านบาท จากเดิมที่ 3.5-4.5 พันล้านบาท

สำหรับปริมาณขายน้ำมันในภาวะปกติช่วงไตรมาส 3/69 จะเป็น Low Season ของการใช้น้ำมันเพราะเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นไตรมาสต่ำสุดของปี อย่างไรก็ตาม ปริมาณขายน้ำมันในไตรมาส 2/69 ได้รับผลกระทบจากการปรับฐานหลังอุปสงค์น้ำมันเร่งตัวขึ้นผิดปกติในเดือนมี.ค. (Front-load Demand) และผู้บริโภคชะลอการเดินทางหลังราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทำให้คาดว่าปริมาณขายน้ำมันไตรมาส 3/69 อาจไม่ลดลงจากไตรมาสก่อน หรือสามารถประคองตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้มองข้ามไปช่วงไตรมาส 4/69 คาดปริมาณขายน้ำมันจะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาส 3/69 โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายเดือนต.ค. จากกิจกรรมการเดินทางท่องเที่ยว

ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรไตรมาส 3/69 มีแนวโน้มฟื้นตัวจากครึ่งปีแรกเข้าสู่ระดับปกติ 1.7–1.8บาท/ลิตร เพราะระยะเวลาการปรับราคาขายปลีกน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนน้ำมันในตลาดโลกทได้ดีขึ้น และน่าจะไม่ถูกกดดันจากการปรับลดราคาขายปลีกหลายครั้งช่วงปลายไตรมาส 2/69 ทำให้บริษัทฯ ให้ความสำคัญควบคุม SG&A โดยช่วงครึ่งหลังปี 69 จะปรับลดค่าใช้จ่ายธุรกิจ Oil ให้สอดคล้องกับปริมาณขายและใช้ AI ช่วยลดต้นทุน

ดังนั้น ภาพรวมโทนการประชุมเรามีมุมมองเป็นกลางถึงบวกอ่อนๆ คาดสถานการณ์ผ่านจุดแย่สุดในครึ่งแรกปี 69 มาแล้วทิศทางหลังจากนี้ทยอยฟื้นตัวจากเหตุการณ์ไม่ปกติของอุปสงค์ และการปรับราคาขายปลีกไม่สอดคล้องต้นทุนไม่เกิดขึ้นอีกรวมทั้งจะเริ่มเห็นอานิสงส์ของการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A

ขณะที่การปรับลดเป้าหมายปริมาณขายน้ำมันปี 69 เป็น -5% ถึงทรงตัวจากปีก่อน ถือว่าสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ลดลง 3% จากปีก่อน 

ทั้งนี้คงประมาณการกำไรสุทธิปี 69 ที่ 483 ล้านบาท และปี 70 ที่ 1.1 พันล้านบาทหนุนจากการเข้าสู่ภาวะปกติของธุรกิจน้ำมันและการขยายตัวต่อเนื่องของธุรกิจ Non-oil โดยปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 70 เป็น 8.80 บาท (อ้างอิง PER -1 SD ที่ 13.3 เท่า) คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับลงทุนระยะกลาง–ยาวเชื่อว่าช่วงแย่สุดของธุรกิจน้ำมันผ่านไปแล้ว และคาดหวังการทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี

PTG