นักวิเคราะห์เปิด 3 ฉากทัศน์ คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กรณีโมฆะฉุดเชื่อมั่น ชี้เงินไหลออกแน่!

โบรกฯ เปิด 3 ฉากทัศน์ บทสรุปคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง คาดกรณีฐานโอกาสขึ้นมากสุด ศาลชี้ขาดไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ปลดล็อกความกังวล-ดันตลาดหุ้นไทย ส่วนกรณีเลวร้าย เลือกตั้งเป็นโมฆะ ตลาดเจอแรงเทขายกังวลสุญญากาศทางการเมือง
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 2569) ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยาน 5 ปาก ในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569
โดยใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและ QR code ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงคะแนนโดยลับ ซึ่งศาลฯ ได้นัดตรวจสอบสถานที่เก็บบัตรจริงในวันที่ 27 ส.ค. และนัดฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดในวันที่ 28 ก.ย. นี้ เวลา 14.00 น. ว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นโมฆะหรือไม่ จากประเด็นการใช้บาร์โค้ดและ QR code บนบัตรเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ประเมินทิศทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีบาร์โค้ดในวันที่ 28 ก.ย. นี้ เป็นไปได้ใน 3 แนวทางหลัก ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยแตกต่างกัน ดังนี้
1. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (เป็นไปได้มากสุด) โดยศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. สมบูรณ์ ไม่กระทบผลการเลือกตั้งโดยรวม (มี turnout สูง) ซึ่งตลาดหุ้นไทยน่าจะตอบรับในเชิงบวกเล็กน้อย (Relief Rally) เนื่องจากความกังวลด้านการเมืองคลี่คลาย รัฐบาลสามารถเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณและผลักดันนโยบาย (รวมถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) ได้อย่างต่อเนื่อง
2. บกพร่องแต่ไม่โมฆะ (เป็นไปได้น้อยกว่า) โดยศาลวินิจฉัยว่ามีข้อบกพร่องเชิงกระบวนการ แต่ไม่ถึงขั้นให้การเลือกตั้งเดิมเป็นโมฆะ อาจสั่งห้ามใช้บาร์โค้ดในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งตลาดหุ้นไทยน่าจะทรงตัว (Sideways) หลังความเสี่ยงสุญญากาศทางการเมืองถูกปัดตกไป การทำงานของรัฐบาลและการเบิกจ่ายงบประมาณยังคงเดินหน้าตามปกติ
3. เลือกตั้งโมฆะ (เป็นไปได้น้อยที่สุด - Tail Risk) โดยศาลสั่งให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. เป็นโมฆะ และต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก (Sell-off) จากการเกิดสุญญากาศทางการเมืองชั่วคราว ทำให้การการผ่านงบประมาณและการลงทุนภาครัฐ-เอกชนที่กำลังเร่งตัวสะดุดลง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ (Fund Flow ไหลออก) และกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง
ทั้งนี้ จากสถิติเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองในอดีต พบว่า วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชี้ขาด SET มักจะผันผวนเฉลี่ยอยู่ในกรอบประมาณ 10 ถึง 15 จุด โดยทิศทางจะขึ้นอยู่กับผลวินิจฉัย กล่าวคือ
1. กรณีผลตัดสินสร้างความกังวลเรื่องสุญญากาศทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบาย พบว่า SET จะปรับตัวลง เช่น คดีถอดถอนอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน (14 ส.ค. 2567) SET ปรับตัวลดลงในกรอบ 5 ถึง 15 จุด และคดีถอดถอนอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร (29 ส.ค. 2568) SET ปรับตัวลดลงในกรอบ 10 ถึง 13 จุด
2. กรณีผลตัดสินช่วยปลดล็อก Overhang ทางการเมือง พบว่า SET จะปรับตัวขึ้น เช่น คดียุบพรรคก้าวไกล (7 ส.ค. 2567) SET ปรับตัวขึ้นในกรอบ 8 ถึง 19 จุด หลังตลาดมองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ค้างคามานานได้จบลงแล้ว และผลกระทบต่อเศรษฐกิจมีจำกัด
อย่างไรก็ดี แม้ประเด็นดังกล่าวจะเป็นปัจจัยกดดัน (Overhang) ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นจนกว่าจะถึงวันตัดสิน (28 ก.ย.) แต่ระยะเวลาที่ยังเหลืออีกกว่า 1 เดือน ทำให้ตลาดยังมีพื้นที่และจังหวะสำหรับการลงทุน กลยุทธ์จึงแบ่งตามกรอบเวลา ดังนี้
โดยนักลงทุนระยะกลาง - ยาว แนะนำ Selective Buy อาศัยจังหวะที่ตลาดย่อตัวจากความกังวล ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ทนทานต่อความผันผวนทางการเมือง รวมทั้งได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (CPALL, CRC, CPN, GLOBAL, TRUE, MTC, SAWAD, TIDLOR, BEM) และวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (WHA, AMATA, GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL, STECON, CK)
ขณะที่นักลงทุนระยะสั้น (Trading) แบ่งจังหวะการเทรดออกเป็น 2 ช่วง คือ 1. ช่วง 1 เดือนก่อนวันตัดสิน เน้นเก็งกำไรในกรอบ โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวซึ่งมีความทนทานและไม่ผูกติดกับความผันผวนจากการเมืองในประเทศ 2. ช่วง 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันตัดสิน ปรับกลยุทธ์มาเป็น Wait & See เพื่อลดสถานะความเสี่ยง รอดูความชัดเจนของคำวินิจฉัย และเตรียมเงินสดไว้หาจังหวะเข้าซื้อสะสมอีกครั้ง หากศาลตัดสินว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (Buy on Fact)
ยอดนิยม
KTB แบงก์สุดท้าย รอแจ้งปันผลระหว่างกาล โบรกฯ คาดแจกหุ้นละ 0.42-0.43 บาท
TOP บอร์ดเคาะจ่ายปันผล ในอัตรา 1.40 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 9 ก.ย.69
GULF-GPSC ฐานทุนแกร่ง เต็งคว้าโอกาสโต PDP2026 ลุ้นรัฐเปิดประมูลรอบแรกปี 2570
นักวิเคราะห์เปิด 3 ฉากทัศน์ คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง กรณีโมฆะฉุดเชื่อมั่น ชี้เงินไหลออกแน่!