Talk of The Town

GULF-GPSC ฐานทุนแกร่ง เต็งคว้าโอกาสโต PDP2026 ลุ้นรัฐเปิดประมูลรอบแรกปี 2570


28 สิงหาคม 2569

GULF-GPSC ฐานทุนแกร่ง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ ชู GULF-GPSC 2 รายใหญ่โรงไฟฟ้า ฐานเงินทุนแกร่ง พร้อมรองรับโอกาสเติบโตจากแผน PDP 2026 คาดรัฐเปิดประมูลรอบแรกปี 2570

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ยืนยันว่าร่างแผน PDP2026 ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว 

โดยมีกำหนดเปิดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 8 ก.ย. และคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่การเปิดประมูลรอบแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2570 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญสำหรับกลุ่มสาธารณูปโภคไทยจากโอกาสในการคว้าโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำได้มากขึ้น 

ทั้งนี้ ร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่มีการกำหนดโรดแมปที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็นอย่างน้อย 65% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด และปลดล็อกเพดาน Direct PPA จากเดิมที่จำกัดไว้ที่ 2,000 เมกะวัตต์ สำหรับภาคอุตสาหกรรมและ data center

สำหรับความเพียงพอของเงินทุนและศักยภาพการลงทุนของกลุ่มสาธารณูปโภค ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้ารายใหญ่มีความพร้อมด้านฐานะการเงินและศักยภาพการลงทุนสูงเพื่อรองรับโอกาสเติบโตจากแผน PDP2026 นำโดย GULF ซึ่งมีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 240,000-290,000 ล้านบาท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน  ที่ 1.0 เท่า และ GPSC ซึ่งมีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมราว 95,000-114,000 ล้านาบท ภายใต้อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ 0.8 เท่า 

ในขณะเดียวกันผู้เล่นขนาดกลางอย่าง GUNKUL ยังคงมีความสามารถในการจัดหาเงินทุนที่ยืดหยุ่นที่ 39,000-44,000 ล้านบาท ในขณะที่ BGRIM มีข้อจำกัดทางการเงินมากกว่า เนื่องจากมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนในระดับสูงที่ 2.1 เท่า ทำให้มีศักยภาพลงทุนเพิ่มเติมเพียง 23,000-28,000 ล้านบาท

ดังนั้น การวางตำแหน่งเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับแผน PDP2026 ผ่านโมเดลการขยายธุรกิจที่สอดคล้องกับจุดแข็งและฐานะทางการเงินของแต่ละบริษัท GULF และ GPSC ใช้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำและงบดุลที่แข็งแกร่งเพื่อรุกขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ขนาดใหญ่ 

ขณะที่ BGRIM และ GUNKUL มุ่งเน้นการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ด้าน BCPG เดินหน้าหมุนเวียนเงินทุนผ่านการขายสินทรัพย์ เพื่อนำเงินไปลงทุนต่อในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ส่วน CKP มีการเปลี่ยนโฟกัสไปที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่และการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับในประเทศลาว

สำหรับกลยุทธ์และคำแนะนำ ในระยะสั้น มองว่าแผน PDP2026 จะเป็นปัจจัยกระตุ้นการ re-rating หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยอ้างอิงจากสถิติในอดีตที่หุ้นกลุ่มนี้มักให้ผลตอบแทนดีกว่าตลาดภายหลังการประกาศแผน PDP ขณะที่อัพไซด์ระยะยาวจากการประมูลโครงการตามแผน PDP2026 ยังคงถูกมองข้าม 

โดย GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากมีความสามารถในการเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดในโครงการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ตามที่ระบุไว้ในแผน PDP2026 ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน 

นอกจากนี้ ยังคงเลือก GUNKUL เป็นหุ้น wildcard pick จากโอกาสในการได้รับรายได้จากงาน EPC ที่มีความชัดเจนสูงจากโครงการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้าของประเทศและการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผน PDP2026

ส่วนหุ้นเด่นรองลงมาจะเป็น GPSC และ BGRIM แม้ว่าธุรกิจ SPP ของทั้งสองบริษัทจะได้รับผลกระทบในระยะสั้นจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น แต่ทั้งสองบริษัทยังมีอัพไซด์ของกำไรในระยะกลางถึงระยะยาวจากแผน PDP2026 ฉบับใหม่ที่กำลังจะออกมา