BEM ชงผถห.ขยายเพดานหนี้ เพิ่มกรอบเงินกู้อีก 2 หมื่นลบ. หวังรองรับงานใหม่เกือบแสนล้าน

BEM เตรียมประชุมผู้ถือหุ้น ขอขยายเพดานหนี้เพิ่มเป็น 3 เท่า-เพิ่มกรอบเงินกู้อีก 2 หมื่นล้านบาท รองงานโครงการในอนาคต ฟากโบรกฯ มองบวกปลดข้อจำกัดการเข้าร่วมโครงการสัมปทานขนาดใหญ่
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า BEM จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้วันที่ 15 ก.ย เพื่อขอปรับเพดาน Net IBD/E จาก 2.5 เท่าเป็น 3.0 เท่า พร้อมเพิ่ม Coupon อีก 0.10% ตั้งแต่1 ม.ค 70 เป็นต้นไป มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นด้านโครงสร้างเงินทุนและรองรับแผนลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต มากกว่าสะท้อนความกังวลด้านสภาพคล่อง เนื่องจาก Net IBD/E ณ สิ้น ไตรมาส 2/69 ยังอยู่ที่ 2.29 เท่า
โดยการปรับ Covenant จะเพิ่มศักยภาพการกู้ยืมให้ BEM ได้อีกกว่า 2 หมื่นล้านบาท รองรับการลงทุนขนาดใหญ่ที่กำลังจะทยอยเกิดขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า ทั้ง งาน M&E รถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า 3.4 หมื่นล้านบาท การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติม 21 ขบวนมูลค่า 7.2 พันล้านบาท โครงการ Double Deck มูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท
รวมถึงโอกาสลงทุน PPP ใหม่ เช่น มอเตอร์เวย์ M9 สะท้อนการเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวและรักษาความสามารถในการแข่งขันของบริษัท
ทั้งนี้ มองว่าการขยายเพดาน Net IBD/E เป็น 3.0 เท่า เป็นการเตรียม Capacity ทางการเงินล่วงหน้า เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดด้าน Leverage กลายเป็นอุปสรรคต่อการเข้าร่วมโครงการสัมปทานขนาดใหญ่ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดระยะยาวได้หลายสิบปี ขณะที่ธุรกิจหลักในปัจจุบันของ BEM ยังสร้าง EBITDA ได้มากกว่า 9 พันล้านบาทต่อปีอย่างต่อเนื่อง และการมีCredit rating ระดับ A รองรับการระดมทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต ทั้งรถไฟฟ้าสายสีส้ม, Double Deck และ PPP ใหม่ มีจังหวะการใช้เงินสอดคล้องกับการสิ้นสุดภาระจ่ายค่าตอบแทนรถไฟฟ้าสีน้ำเงินให้ รฟม. ในปี2572 ซึ่งจะปลดล็อกกระแสเงินสดราว 5-6 พันล้านบาทต่อปี
ขณะที่ BEM ยังสามารถเลื่อนภาระค่าก่อสร้างโครงการ Double Deck ผ่าน CK ไปชำระเมื่อแล้วเสร็จในช่วงปี 2573-2574 ทำให้ภาระเงินลงทุนสอดคล้องกับกระแสเงินสดมากขึ้น หากโครงการใหม่ทยอยเกิดขึ้นตามแผน จะช่วยเพิ่ม EBITDA ในระยะยาวและรองรับระดับหนี้ที่สูงขึ้นได้
ดังนั้น ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 8.20 บาท (DCF) โดยมองว่าการขยายเพดาน Net IBD/E เป็นการเตรียมความพร้อมรองรับการลงทุนในอนาคต ขณะที่กำไรมีปัจจัยหนุนหลากหลายจากการลดต้นทุน การปรับขึ้นค่าผ่านทาง และการขยายเครือข่ายรถไฟฟ้า ส่วนอัพไซด์ระยะยาวยังมาจากโครงการลงทุนภาครัฐและการเปิดเดินรถสายสีส้ม ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของกำไรตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป
ยอดนิยม
BAY จ่ายปันผลระหว่างกาล อัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD 9 ก.ย.นี้
วันนี้ HANA-DELTA ดัน SET หลังงบ NVIDIA ดีเกินคาด วางกรอบแนวต้าน 1,620 จุด
STECON โบรกฯชี้อนาคตโตเด่น รับงานใหม่อื้อหนุนแบ็กล็อกพุ่ง แนะ "ซื้อ" อัพราคาเป้าหมายขึ้น 8%