Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 17-08-2569 (20 บจ.ปันผลระหว่างกาลงวดนี้..ให้ผลตอบแทนแบบเริ่ดๆ)

บรรดาบจ.น่าจะแจ้งผลประกอบการเกือบครบหมดแล้ว..และหลายแห่งนอกจากแจ้งผลการดำเนินงานแล้ว ยังแจ้งเริ่องการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลอีกด้วย เจ๊เลยคิดเล่นๆ ว่า ถ้าจัดลำดับบริษัทที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 20 อันดับแรก จะเป็นใครบ้างนะ??? เผื่อว่าแฟนคลับของเจ๊อยากได้เป็นข้อมูลเก็บเอาไว้ใช้สำหรับการลงทุน เลยลองให้ AI ประเมินมาให้ดูหน่อย!!!
ผลที่ได้คือ!!! ได้นำเอาข้อมูลมติคณะกรรมการเรื่อง "การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล" สำหรับผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก ที่ถูกรายงานและประกาศอย่างเป็นทางการผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (www.set.or.th)
ข้อมูลเงินปันผล (บาท/หุ้น) เป็นตัวเลขจริงตามที่บริษัทจดทะเบียนแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และคำนวณอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อ้างอิงจากราคาปิดของหุ้น ณ ช่วงเวลาที่ประกาศรับสิทธิ์จริง
20 อันดับบริษัทจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล (ตัวเลขจริงจาก www.set.or.th) เรียงลำดับ Dividend Yield จากมากไปหาน้อย
อันดับ ชื่อย่อหุ้น Dividend Yield ประเมิน ณ วันประกาศ (%) เงินปันผลระหว่างกาลจริง (บาท/หุ้น) วันขึ้นเครื่องหมาย XD
1 ICHI ~3.5% – 3.8% 0.60 28 ส.ค.
2 TTB ~3.4% – 3.6% 0.065 7 ต.ค.
3 FSMART ~3.2% – 3.4% 0.23 27 ส.ค.
4 PTTEP ~3.1% – 3.3% 4.50 13 ส.ค.
5 SMPC ~3.1% – 3.3% 0.21 27 ส.ค.
6 DRT ~3.0% – 3.2% 0.24 28 ส.ค.
7 PTT ~2.4% – 2.5% 0.80 29 ส.ค.
8 TU ~2.0% – 2.2% 0.31 26 ส.ค.
9 SPALI ~1.9% – 2.1% 0.35 27 ส.ค.
10 TOG ~1.9% – 2.1% 0.20 27 ส.ค.
11 ADVANC ~1.9% – 2.0% 4.87 19 ส.ค.
12 ITC ~1.7% – 1.9% 0.40 19 ส.ค.
13 OR ~1.7% – 1.8% 0.27 2 ก.ย.
14 HMPRO ~1.6% – 1.7% 0.16 28 ส.ค.
15 WHAUP ~1.5% – 1.7% 0.06 21 พ.ย.
16 DITTO ~1.4% – 1.6% 0.25 27 ส.ค.
17 SCC ~1.1% – 1.2% 2.50 8 ส.ค.
18 GPSC ~1.0% – 1.1% 0.45 9 ก.ย.
19 SCGP ~0.9% – 1.0% 0.25 7 ส.ค.
20 BJC ~0.6% – 0.7% 0.15 27 ส.ค.
หมายเหตุสำคัญตามมาตรฐานสารสนเทศ SET:
* ความถูกต้องของข้อมูล: ตัวเลขเงินปันผลต่อหุ้นเป็นจำนวนเงินสุทธิที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายจริงและส่งรายงานสารสนเทศเข้าสู่ระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ
* Dividend Yield %: คำนวณจากอัตราเงินปันผลต่อหุ้นที่ประกาศ หารด้วยราคาปิดของหุ้น ณ วันก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD
จัดเรียงลำดับใหม่ตาม อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield %) จากมากไปหาน้อย เรียงตามข้อมูลมติประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจริง
และก่อนจะไปดูทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์วันที่ 18–22 สิงหาคม 2569 เจ๊จิ๋มขอหยิบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ mai มาให้ดูกัน โดยเป็นหุ้น 10 ตัวแรกที่สามารถสร้างกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566–2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งชุดข้อมูลที่ใช้ประกอบการคัดเลือกหุ้นได้ (รวบรวมโดย maiA ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569)
1. APP กำไร 104.12 ล้านบาท โต 55.69%
2. YUASA กำไร 242.77 ล้านบาท โต 40.80%
3. SWC กำไร 161.01 ล้านบาท โต 34.88%
4. NETBAY กำไร 265.56 ล้านบาท โต 22.99%
5. ARROW กำไร 136.73 ล้านบาท โต 21.92%
6. TNP กำไร 212.57 ล้านบาท โต 14.57%
7. MGT กำไร 100.24 ล้านบาท โต 10.33%
8. SECURE กำไร 121.51 ล้านบาท โต 5.12%
9. GTB กำไร 80.04 ล้านบาท โต 2.97%
10. TPS กำไร 138.79 ล้านบาท โต 2.45%
กำไรโตต่อเนื่องไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกตัวจะขึ้นทันที นักลงทุนยังต้องดูรายได้ กระแสเงินสด หนี้สิน และโอกาสเติบโตในอนาคตประกอบกันด้วย แต่ในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่โหมด “เลือกหุ้น” ข้อมูลเรื่องกำไรถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ
สำหรับตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์วันที่ 18–22 สิงหาคม มุมมองจากโบรกเกอร์ทั้ง บล.อินโนเวสเอกซ์ และ บล.ซีจีเอสไอ ยังให้น้ำหนักไปทาง “แกว่งขึ้น แต่ต้องเลือกหุ้น” หรือ Selective Buy มากกว่าการขึ้นทั้งกระดาน โดยแรงหนุนมาจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่เริ่มผ่อนคลาย ความคาดหวังต่อ Fund Flow และการทยอยสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ขณะที่แรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับขึ้นมาแรงยังเป็นความเสี่ยงที่ต้องระวัง โดยให้กรอบตลาดสัปดาห์นี้มองไว้ที่ 1,580–1,630 จุด หาก SET ยืนเหนือ 1,600 จุดได้อย่างมั่นคง มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1,620–1,630 จุด แต่หากหลุด 1,580 จุด ควรเพิ่มความระมัดระวังและรอจังหวะสะสมใหม่
บล.อินโนเวสเอกซ์ มองว่า SET มีโอกาสแกว่งขึ้น แต่กรอบบนยังจำกัด หลังตัวเลข PPI สหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยลดความกังวลเรื่อง Fed ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน พร้อมเลือก AP และ GUNKUL เป็นหุ้นเด่นระยะสั้น โดย AP มี Backlog ราว 4.2 หมื่นล้านบาท และคาดกำไรครึ่งปีหลังเติบโต ส่วน GUNKUL ได้แรงหนุนจากธีมโรงไฟฟ้าและปัจจัยเฉพาะตัว
ด้าน บล.ซีจีเอสไอ ปรับเป้า SET สิ้นปี 2569 ขึ้นเป็น 1,630 จุด จากเดิม 1,560 จุด พร้อมเลือก BH, PR9, THAI, ERW, CRC, CPN, AMATA, WHA, GULF, TFG, KBANK, SCB, MTC, TIDLOR และ TRUE เป็น Top Picks ขณะที่ บล.โกลเบล็ก ให้น้ำหนักหุ้นใหญ่พื้นฐานดีอย่าง ADVANC, AOT, BH, GULF และ KBANK
สรุปง่าย ๆ ตลาดสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสไปต่อ แต่ไม่ใช่จังหวะของการไล่ซื้อทุกตัว เพราะหลังผ่านฤดูกาลประกาศงบ นักลงทุนเริ่มเห็นกันแล้วว่าใครมี “กำไรจริง” และใครมีเพียง “ความหวัง” ส่วนหุ้น mai ทั้ง 10 ตัวที่กำไรเติบโตต่อเนื่อง 3 ปี ก็ถือเป็นอีกกลุ่มที่น่าหยิบมาศึกษาต่อ เพียงแต่ต้องดูพื้นฐานและราคาหุ้นควบคู่กันไปด้วย งานนี้ใครเลือกหุ้นได้ถูกตัว ก็มีโอกาสได้ไปต่อ แต่ถ้าเลือกผิดตัว ต่อให้ตลาดเขียวก็อาจไม่ช่วยเจ้าค่ะ