Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 11-08-2569 (อยากรู้ใครประกาศงบฯ วันไหน..ดูได้ที่นี่!)

เปิดสัปดาห์แรกของโค้งสุดท้ายฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ตลาดหุ้นไทยก็เปิดเกมกันทันที โดยวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ดัชนี SET ปิดที่ 1,624.36 จุด เพิ่มขึ้น 12.36 จุด แรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ DELTA ที่ราคาปรับตัวขึ้นแรงตามบรรยากาศเชิงบวกของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ
จังหวะนี้ต้องยอมรับว่า DELTA ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีอย่างมาก เพราะแค่หุ้นใหญ่ขยับแรง ตลาดก็มีแรงส่งขึ้นมาทันที ส่วนจะเป็นการฟื้นตัวที่ยั่งยืนหรือไม่ คงต้องรอดูทั้งผลประกอบการและกระแสเงินทุนต่างชาติประกอบกัน
ช่วงนี้ใครจะมองตลาดหุ้นไทยจากตัวเลข SET เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้คำตอบทั้งหมด ต้องดูด้วยว่าเงินกำลังไหลไปทางไหน และหุ้นตัวไหนกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ
วันที่ 11 สิงหาคม คิวประกาศงบ Q2/69 ดังนี้ BAM -BTG -DOHOME -EPG-IRPC-KCE-KISS-MTC-PR9-SABINA-SPALI -TASCO
วันที่ 12 สิงหาคม คิวประกาศงบ Q2/69 ดังนี้ ANAN -ARROW- ASK -ACG -BJC -BGC -CPALL -DRT- ETC -EKH -GUNKUL -ICHI -IRC -INET -JAS -MICRO -M -NETBAY -OSP -PRM - SAT -SPRC- TWPC -TASCO -III -WORK -WFX
วันที่ 13 สิงหาคม คิวประกาศงบ Q2/69 ดังนี้ TOP -BDMS -CHG -GABLE -LH -NAM -OKJ -PTT -RAM -SC -SSP -VGI
วันที่ 14 สิงหาคม คิวประกาศงบ Q2/69 ดังนี้ BCH -BTS- BH- EURO- LPN -MALEE -PCE -STECON -WARRIX
นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “เงินบาทแข็งค่า” ล่าสุดแตะระดับ 32.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นประมาณ 1.5% นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม และที่น่าสนใจก็คือ เงินบาทแข็งค่าขึ้นพร้อมกับ Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดตราสารหนี้ไทย โดยมียอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นเดือนมากกว่า 9.2 พันล้านบาท ภาพนี้สะท้อนว่าต่างชาติยังไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่กำลังเลือกว่าจะวางเงินไว้ตรงไหนก่อน
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ต่างชาติยังมียอดขายสุทธิสะสมประมาณ 8.9 พันล้านบาท MTD แต่หากเงินบาทยังแข็งค่าและเงินต่างชาติยังไหลเข้าสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่เม็ดเงินจะหมุนกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นในระยะถัดไป ซึ่งถ้าเงินก้อนนั้นกลับมาจริง ๆ เจ๊จิ๋มมองว่า หุ้นใหญ่มีโอกาสถูกหยิบขึ้นมาดูก่อน เพราะเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง มีขนาดใหญ่ และกองทุนต่างชาติสามารถเข้าลงทุนได้ง่ายกว่าหุ้นขนาดเล็ก
งานนี้กูรูมองว่าการแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นไทยบางกลุ่ม โดยเฉพาะ Big Cap ที่มีโอกาสเป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow ต่างชาติ
กลุ่มแรกคือ ธนาคารพาณิชย์ ได้แก่ KBANK, SCB, BBL และ KTB ขณะที่กลุ่มค้าปลีกและท่องเที่ยว ได้แก่ AOT, CPALL และ CRC ส่วนกลุ่มสื่อสารมี ADVANC และ TRUE และกลุ่มวัสดุก่อสร้างคือ SCC
พูดกันตรง ๆ หุ้นกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบตรงที่ “ต่างชาติรู้จักและซื้อขายได้ง่าย” ดังนั้นถ้าเงินฝรั่งกลับมา หุ้นใหญ่จึงมีโอกาสรับไม้แรกก่อนใครเพื่อน
อีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็ง คือบริษัทที่มีภาระหนี้หรือต้นทุนเป็นเงินตราต่างประเทศสูง เพราะเมื่อเงินบาทแข็ง ภาระหนี้เมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทก็ลดลง ขณะที่ต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบและพลังงานบางส่วนก็มีโอกาสลดลง ซึ่งกลุ่มที่อยู่ในสายตาจึงมีทั้ง GULF, BGRIM, GPSC และ PTTEP โดยเฉพาะหุ้นโรงไฟฟ้าที่มีภาระต้นทุนหรือหนี้บางส่วนเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งเงินบาทแข็งสามารถช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้
แต่ถ้าถามว่า กลุ่มไหนมีโอกาสได้อานิสงส์จาก Fund Flow โดยตรง เจ๊จิ๋มยังมองว่า กลุ่มธนาคาร เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจับตา เพราะนอกจากเป็นหุ้นใหญ่และมีสภาพคล่องสูงแล้ว ยังมีจุดขายเรื่อง Dividend Yield ที่น่าสนใจในช่วงที่ตลาดคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยขาลง
ส่วนกลุ่มพลังงานก็ยังมีชื่ออยู่ในธีมการลงทุน โดยเฉพาะ PTTEP, TOP, SPRC และ IRPC ซึ่งมีปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันและค่าการกลั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง และที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ IRPC เพราะมีคิวประกาศงบ Q2/69 ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้พอดี
ขณะที่กลุ่มบริโภคและเศรษฐกิจฐานรากยังเป็นอีกธีมที่น่าสนใจ โดยมี CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR และ SAWAD เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากปัจจัยเรื่องกำลังซื้อและทิศทางดอกเบี้ยที่มีโอกาสลดลง
ภาพรวมตอนนี้จึงกลายเป็นว่า ตลาดหุ้นไทยกำลังมี “ความหวัง” อยู่ 3 เรื่องพร้อมกัน คืองบ Q2/69, เงินบาทแข็ง และ Fund Flow ต่างชาติ
ปิดท้าย..หุ้นตัวอื่นๆ จะเป็นเช่นใดช่างเขาเถอะ!!! เอาเป็นว่าหุ้นในโฟกัสของเจ๊คือ CCET ทำเรื่องน่าประทับใจ ประกาศยอดขายเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.1 จากเดือนกรกฎาคม 2568 ระบุว่าปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตคือโรงงานแห่งใหม่เริ่มการผลิตได้เต็มรูปแบบแล้ว และความต้องการผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น ชิปหน่วยความจำ
(Memory Chips)
สกุลเงินหลัก: เหรียญสหรัฐ
ยอดขาย พันบาท พันเหรียญไต้หวัน พันเหรียญสหรัฐ
กรกฎาคม 2569 14,246,927 13,956,638 428,218
มิถุนายน 2569 12,854,116 12,300,596 394,526
ร้อยละการเปลี่ยนแปลง (เดือนต่อเดือน) 8.54%
กรกฎาคม 2568 9,289,021 8,310,085 285,321
ร้อยละการเปลี่ยนแปลง (ปี ต่อปี ) 50.1%
ปี 2569 78,131,779 76,917,742 2,419,572
ปี 2568 75,818,667 71,943,715 2,263,711
ร้อยละการเปลี่ยนแปลง (ปี ต่อปี ) 6.9%