Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 04-08-2569 (ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ร่วมกันแทรกแซง..ทำเงินเยนแข็งค่า ระวัง! Unwind สถานะ Yen Carry Trade)

ตอนนี้ค่าเงินเยน-ญี่ปุ่นแข็งโป๊ก!!! ขึ้นมาเร็วมากๆ เป็นเพราะว่า “ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ” ร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเยน ส่งผลให้ค่าเยนแข็งค่ารวดเร็วหลุดเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและกลางมาโซนฐาน 157 เยนต่อเหรียญฯ เรื่องนี้ต้องระวัง!!!! หากหลุดโซนนี้ อาจสร้างความเสี่ยงเร่ง Unwind สถานะ Yen Carry Trade ขึ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง ตอนนี้พวกเราต้องติดตามถ้อยแถลงของ รมว. คลังญี่ปุ่นช่วงสัปดาห์นี้ประกอบพิจารณาทิศทางนโยบายค่าเงิน..ส่วนกูรูของไทยให้ความเห็นต่อผลกระทบที่มีกับตลาดหุ้นไทยว่า”ระยะสั้นประเมินจำกัด” อิงค่าเงินบาทที่ไปในทางแข็งค่าเล็กน้อย(ประเมินให้น้ำหนัก De-escalation มากกว่า) ที่ 33.35 +/- บาท
มาทวนความรู้กันก่อนค่ะ “Yen Carry Trade” คืออะไร???? เค้าเรียกว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนทั่วโลกใช้กันมานาน โดยอาศัยจุดเด่นที่ ญี่ปุ่นมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น โดยหลักการมีเพียง 4 ขั้นตอน
1. นักลงทุนกู้เงินเป็น เงินเยน (JPY) เพราะต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ
2. นำเงินเยนไปแลกเป็น ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสกุลเงินอื่น
3. นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น
* หุ้นสหรัฐฯ
* หุ้นเอเชีย
* หุ้นไทย
* พันธบัตร
* คริปโทเคอร์เรนซี
4. เมื่อครบกำหนด จึงขายสินทรัพย์ แลกกลับเป็นเงินเยนเพื่อคืนเงินกู้
หาก ค่าเงินเยนอ่อนค่า นักลงทุนจะได้กำไรเพิ่มจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกทางหนึ่ง
คำถามต่อมาคือ..ทำไมค่าเยนแข็งค่าจึงเป็นปัญหา? ก้อเพราะว่าการที่ ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ร่วมกันแทรกแซงค่าเงินเยน ทำให้เยนแข็งค่ารวดเร็ว..หากเงินเยนแข็งเร็วเกินไป นักลงทุนที่ทำ Carry Trade จะเริ่มขาดทุนจากค่าเงิน
จึงอาจเกิดการขายสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกพร้อมกัน
* หุ้น
* ตลาดเกิดใหม่
* คริปโทฯ
* สินค้าโภคภัณฑ์
จำได้มั้ย???เหมือนเหตุการณ์ช่วงเดือนสิงหาคม 2567 ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานแรงจากการเร่งปิดสถานะ Carry Trade
“หากเกิดขึ้นอีกครั้ง”..แล้วตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบอย่างไร?
1. นักลงทุนต่างชาติอาจขายหุ้นไทย..เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นไทยจำนวนมาก หากต้องรีบหาเงินสดเพื่อปิดสถานะ Carry Tradeหุ้นไทยก็อาจถูกขายตาม ผลคือ
* SET ปรับลง
* มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น
* หุ้นขนาดใหญ่ถูกขายก่อน
2. เงินทุนต่างชาติไหลออก คือ เมื่อขายหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติจะขายเงินบาท..แล้วไปซื้อเยน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ “เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า”
แต่จากที่กูรูในวงการหุ้นไทยของเราบอกว่าค่าเงินบาทยังแข็งค่าที่ประมาณ 33.35 บาทต่อดอลลาร์เ เลยมองว่าผลกระทบต่อ SET ยังจำกัด
..สรุปคือ ยังไม่เห็นสัญญาณเงินทุนไหลออกอย่างรุนแรง
3. หุ้นที่ได้รับผลกระทบมากมักเป็นหุ้น 4 กลุ่มนี้ ด้วยเพราะเป็นกลุ่มที่ต่างชาติสามารถขายได้ง่ายและมีสภาพคล่องสูง
* กลุ่มธนาคาร
* พลังงาน
* หุ้นขนาดใหญ่ในดัชนี SET50
* หุ้นที่ต่างชาติถือครองมาก
ดังนั้น สิ่งที่พวกเราชาวนักลงทุนต้องเตรียมให้พร้อมคือ
-ติดตามค่าเงินเยนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากแข็งค่ารวดเร็ว
-ติดตามค่าเงินบาทและกระแสเงินทุนต่างชาติ
-ระวังความผันผวนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ต่างชาติถือครองมาก
-หลีกเลี่ยงการใช้มาร์จิ้นสูงในช่วงที่ตลาดผันผวน
****หมายเหตุ**** รู้ไว้ไม่เสียหาย!!!
เจ๊วิเคราะห์เจาะลึกลงไปอีกขั้น ..ทำใมกูรูในไทยบอกว่า "ความเสี่ยง SET จำกัด”และให้น้ำหนักกับคำว่า De-escalation มากกว่า
ถอดรหัสได้ว่า..ที่เขามองเช่นนี้เพราะ
-การแทรกแซงค่าเงินอาจเป็นเพียงการลดความผันผวน ไม่ใช่การเปลี่ยนนโยบายค่าเงินอย่างถาวร
-ค่าเงินบาทยังแข็งค่าเล็กน้อย แสดงว่ายังไม่มีสัญญาณเงินทุนต่างชาติไหลออกอย่างรุนแรง
-จึงยังไม่เห็นเงื่อนไขที่จะทำให้เกิดการเร่งปิดสถานะ Carry Trade ในวงกว้าง
แต่..แต่..แต่!!! อย่างไรก็ตาม ไม่อาจชะล่าใจ!!! หากว่าค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องและหลุดระดับทางเทคนิคสำคัญ เช่น บริเวณ 157 เยนต่อดอลลาร์ ตามที่กูรูคาดการณ์ ความเสี่ยงที่จะเกิดการเร่งปิดสถานะ (Unwind) จะเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย เผชิญแรงขายมากขึ้น
สรุปสั้น ๆ
* เยนอ่อน → Carry Trade ทำกำไร → เงินไหลเข้าหุ้นทั่วโลก → เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง
* เยนแข็งเร็ว → นักลงทุนปิด Carry Trade → ขายหุ้นทั่วโลก → ตลาดผันผวน
* ตลาดหุ้นไทย อาจถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและเงินทุนไหลออก แต่หากเงินบาทยังทรงตัวหรือแข็งค่า ผลกระทบมักจำกัด
* นักลงทุนควรติดตาม 3 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่ ค่าเงินเยน, ค่าเงินบาท, และ Fund Flow ของนักลงทุนต่างชาติ เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าความเสี่ยงจาก Yen Carry Trade กำลังเพิ่มขึ้นหรือเริ่มคลี่คลาย